สถิติชี้ชัดว่าจริง ๆ แล้วทีมสิงห์บลูส์ของกุนซือชาวอังกฤษจะต้องแพ้ให้กับทีมจิ้งจอกสยามเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่กลับชนะด้วยสกอร์ที่ขาดลอยซะอย่างนั้น แล้วทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ?

สถิติยอดฮิตในงการฟุตบอลสมัยใหม่ชี้ชัดว่าจริง ๆ แล้ว เชลซี ของ เกรแฮม พ็อตเตอร์ จะต้องพ่ายให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส แต่กลับชนะแบบขาดลอย 3-1 ซะอย่างนั้น แล้วทำไมถึงเป็นแบบนั้นกันนะ?

ในเกมนี้ ทีมสิงโตน้ำเงินคราม ได้ประตูออกนำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 11 จากจังหวะซัดด้วยซ้ายของ เบน ชิลเวลล์ ก่อนที่จะมาถูก แพทสัน ดาก้า กองหน้าของทีมเจ้าถิ่นยิงประตูตีเสมอได้ในนาทีที่ 39 แต่สุดท้ายลูกทีมของกุนซือชาวอังกฤษมารัว 2 ประตูในนาทีที่ 45+6 และ 78 ซึ่งนั่นก็ส่งผลให้ เชลซี กลับมามีผลงานที่ดีอีกครั้งด้วยการเก็บชัยชนะได้ 3 เกมติดต่อกันทุกรายการ

เชลซี สมควรชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ หรือไม่?

อย่างไรก็ตาม หากวัดกันตามสถิติสุดฮิตของโลกฟุตบอลตอนนี้อย่างค่า xG หรือว่าค่าความน่าจะเป็นของการได้ประตูของแต่ละทีมในเกมนี้ เชลซี จะต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้

เนื่องจากตามสถิติของค่า xG เลสเตอร์ ซิตี้ ทำได้ถึง 2.10 ในขณะที่ เชลซี ทำได้เพียง 1.45 เท่านั้น กล่าวคือ จริง ๆ แล้ว จิ้งจอกสยาม ควรจะทำประตูได้อย่างน้อย 2 ประตูขึ้นไป และ เดอะ บลูส์ ควรจะทำประตูได้ 1 ประตู นั่นหมายความว่า จริง ๆ แล้ว เกมนี้ เลสเตอร์ ซิตี้ ควรจะเป็นฝ่ายเอาชนะ เชลซี ไปได้ 2-1 หรือถ้าไม่เป็นอย่างนั้น แย่ที่สุดก็อาจจะจบลงด้วยผลเสมอกัน 2-2

อีกทั้ง พวกสถิติที่สำคัญ ๆ อย่างอื่นอย่าง โอกาสยิง, โอกาสยิงตรงกรอบ, การครองบอล หรือการครองบอล ก็เป็นทีมเจ้าบ้านที่ทำได้ดีกว่าอย่างชัดเจน

ค่า xG บอกอะไรกับเรา?

ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่า เลสเตอร์ ซิตี้ มีค่า xG อยู่ที่ 2.10 แต่กลับยิงได้ประตูเดียว นั่นหมายความว่า ทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เป็นทีมที่ใช้โอกาสค่อนข้างเปลือง, ไม่คม หรือจะคิดว่าโชคไม่เข้าข้างพวกเขาก็ไม่ผิด

ในทางกลับกัน เชลซี ที่มีค่า xG อยู่ที่ 1.45 แต่ยิงได้มากถึง 3 ประตู นั่นมันสามารถบอกกับเราได้ว่า สิงห์บลูส์ ใช้โอกาสไม่เปลือง, จบสกอร์ได้คมกริบ หรือคิดในอีกแบบว่าโชคอาจจะเข้าข้างพวกเขาในเกมนี้ก็ได้เหมือนกัน

ข่าว เชลซี อื่น ๆ