“เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ รับสุดกดดัน แต่หายเหนื่อยทุกอย่าง หลังสร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2024 เป็นครั้งที่ 2 อีกทั้งยังเป็นการฉลองวันเกิดครบ 27 ปี ในวันที่ 8 ส.ค.67 พอดี
จอมเตะหญิงชาวไทย กลายเป็นนักกีฬาประวัติศาสตร์ของไทย ที่ได้เหรียญโอลิมปิกเกมส์ 3 สมัย รีโอ 2016 ได้เหรียญทองแดง, โตเกียว 2021 ได้เหรียญทอง และปารีส 2024 ได้เหรียญทอง โดยในแมตช์ประวัติศาสตร์นี้ เธอลงแข่งขันในน้ำหนักไม่เกิน 49 กิโลกรัม รอบชิงชนะเลิศ พบกับกัว ซิง จากจีน ก่อนจะเอาชนะไป 2-1 ยก ด้วยคะแนน 6-3, 2-3, 6-2
หลังจบการแข่งขัน “เทนนิส” พาณิภัค วิ่งเข้าไปก้มกราบ “โค้ชเช” ชัชชัย เช หัวหน้าผู้ฝึกสอนเทควันโดทีมชาติไทย ด้วยบรรยากาศอบอุ่นกับความสำเร็จในค่ำคืนที่ผ่านมา
ทางด้าน “เทนนิส” ได้กล่าวถึงเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ หนที่ 2 ในชีวิต ว่า “ดีใจมากๆค่ะ ภูมิใจมากๆที่ทำสำเร็จ มันเป็นเหรียญทองโอลิมปิกครั้งที่ 2 ในชีวิต มันแลกมาด้วยร่างกาย และอาการเจ็บ แต่ตอบแทนได้อย่างหายเหนื่อย วันนี้มีความสุขที่สุด”
“กดดันที่สุด แต่พยายามจะไม่คิดถึงผลที่จะเกิดหลังแข่งไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ พยายามอยู่กับปัจจุบัน และอยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าว่า ควรจะเตะอย่างไร ระวังอะไร มองสิ่งที่อยู่ข้างหน้า”
“ขอบคุณแฟนๆ ชาวไทยที่มาเชียร์ ขอบคุณทุกคนเชียร์ดังมากๆ กองเชียร์ที่มาดูที่นี่ทำให้หนูรู้สึกว่าไม่ได้สู้อยู่คนเดียว เชียร์ไทยแลนด์ พาณิภัค ดังมากๆ ไม่เหมือนแข่งอยู่ที่ฝรั่งเศส เหมือนกำลังแข่งอยู่ที่ประเทศไทย ขอบคุณที่มาเชียร์คอยส่งกำลังใจตลอด”
ขณะที่ “โค้ชเช” กล่าวถึงความสำเร็จของลูกศิษย์คนเก่งว่า “ดีใจมากๆ ครับ ผมก็คนไทย คนไทยทำได้แล้วครับ ผมบอกเขาทุกครั้งว่าเล่นสบายๆ แพ้ก็ได้ ไม่เป็นไร ทำให้เต็มที่ ต้องชื่นชมเทนนิส บางครั้งเขาก็ท้อ แต่ว่าเขาก็สู้ต่อ วันนี้ก็ดีใจมากๆ ครับ”
สำหรับ “เทนนิส” จะได้รับเงินรางวัลจาก กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย (NSDF) ที่จะมีการมอบเงินรางวัลให้กับนักกีฬาตามเงื่อนไขที่ได้เหรียญทองโอลิมปิก เป็นจำนวนทั้งสิ้น 10,000,000 บาท ในกรณีที่จ่ายครั้งเดียว หรือเลือกรับเงินรางวัล 12,000,000 บาท แต่จะเป็นการแบ่งจ่ายโดยรับเงินก้อนแรก 6 ล้านบาท (50%) และที่เหลืออีก 6 ล้านบาท (50%) จะจ่ายรายเดือนตลอดระยะเวลา 4 ปี
นอกจากนี้ ไทยยังได้เหรียญเพิ่มเติมจากเหรียญเงินของ ฟ่าง ธีรพงศ์ ในการแข่งขันกีฬายกน้ำหนักรุ่น 61 กิโลกรัม ชาย ที่เพิ่งมาโอลิมปิกครั้งแรก แต่สามารถคว้าเหรียญได้สำเร็จในวัยเพียง 20 ปี เท่านั้น ส่วนอีกหนึ่งเหรียญมาจาก ออย สุรจนา ที่คว้าเหรียญทองแดงจากกีฬายกน้ำหนักรุ่น 49 กิโลกรัม หญิง ที่สามารถยกได้ถึง 200 กิโลกรัม
ปัจจุบันไทยเก็บไปแล้ว 5 เหรียญ ประกอบด้วย เหรัยญทอง 1 เหรียญเงิน 2 และ เหรียญทองแดง 2 อยู่อันดับที่ 31 ของตารางสรุปเหรียญรางวัลในปารีส 2024
สำหรับโปรแกรมชิงเหรียญทองโอลิมปิก 2024 ประจำวันที่ 8 สิงหาคม 2024 ซุึ่งจะแข่งขันเป็นวันที่ 13 จะมีนักกีฬาไทยลงชิงชัยทั้งหมด 25 เหรียญทอง โดยมีนักกีฬาไทย 2 คนที่มีโปรแกรมลุ้นเหรียญทอง คือ หยู บัลลังก์ ทับทิมแดง จากเทควันโด และ วีรพล วิชุมา จากยกน้ำหนัก
โปรแกรมโอลิมปิก 2024 ( 8 ส.ค. 2024)
กอล์ฟ ประเภทบุคคลหญิง เวลา 14.00 น.
- อาฒยา ฐิติกุล และ ปภังกร ธวัชธนกิจ
เทควันโด รุ่นน้ำหนัก 68 กิโลกรัม ชาย (รอบ 16 คน สุดท้าย) เวลา 14.46 น.
- บัลลังก์ ทับทิมแดง พบกับ ฮาเวียร์ เปเรซ จากสเปน
ปัญจกีฬา ประเภทบุคคลชาย เวลา 16.00 น.
- ภูริช โยเฮือง
เรือใบ รอบรองชนะเลิศ
- ไคท์บอร์ดชาย / โจเซฟ โจนาธาน เวสตัน 17.13 น.
- ไคท์บอร์ดหญิง / เบญญาภา จันทวรรณ 18.13 น.
ยกน้ำหนัก รุ่นน้ำหนัก 73 กิโลกรัม ชาย ชิงเหรียญทอง 00.30 น.
- วีรพล วิชุมา
ช่องทางชมสดโอลิมปิก 2024 วันนี้ ช่อง T Sports 7 เวลา 14.00-18.00 น. และ 21.00-01.00 น., ช่อง 7HD (หมายเลข 35) เวลา 15.00-19.00 น. และช่อง PPTV HD 36 เวลา 22.00-02.00 น. ขณะที่ AIS Play กับ ทรู ถ่ายทอดสดตลอดทั้งวัน