เงาพระจันทร์ ลูกทรายกองดิน เล่าทั้งน้ำตาโดนดูถูก แต่สู้เพื่อลูกจนได้เข้าชิงเข็มขัดรุ่นแบนตั้มเวทหญิงของ RWS
เงาพระจันทร์ ลูกทรายกองดิน เปิดใจทั้งน้ำตาเส้นทางการต่อสู้ก่อนจะสามารถโค่น เซฟกี้ วีนั่มมวยไทย ผ่านเข้าไปชิงแชมป์รุ่นแบนตั้มเวทหญิงของ RWS
คุณแม่ยอดนักสู้เอาชนะคะแนน เซฟกี้ วีนั่มมวยไทย เอกฉันท์ (29-28, 30-27, 30-27) พร้อมได้รับรางวัล Performance of the Night มูลค่า 1 แสนบาทจากการโชว์ฟอร์มสวยในไฟต์ดังกล่าว อย่างไรก็ตามประเด็นที่น่าสนใจคือก่อนหน้านี้ เธอเลิกชกมวยไปหลายปี ก่อนจะกลับมาขึ้นสังเวียนอีกครั้งเพื่อหวังคว้าเงินรางวัล 3 ล้านบาทมาให้ครอบครัว
ย้อนกลับไปในช่วงที่เธอต้องอุ้มท้อง 7 เดือน เงาพระจันทร์ ต้องเผชิญกับสายตาดูถูกจากคนรอบข้าง แบกรับภาระการดูแลลูกและหารายได้ด้วยตัวคนเดียว และเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว แต่ก็กัดฟันสู้กลับสู่สังเวียนพร้อมพิสูจน์ให้เห็นว่า เธอไม่ใช่คนล้มเหลว ซึ่งเหลือเพียงอีกก้าวเดียวเธอกำลังจะมีโอกาสเป็นแชมป์มวยหญิงรุ่นแบนตั้มเวทหญิงของ RWS
หลังเอาชนะ เซฟกี้ วีนั่มมวยไทย ในไฟต์ล่าสุด เธอได้กล่าวถึงการชกครั้งนี้ว่า “เขา(เซฟกี้ วีนั่มมวยไทย)อาจเป็นคนมีความตั้งใจในตัวเองสูง”
“หนูไม่ได้ซีเรียสหรือแค้นอะไรเขา มันเป็นแค่เกมกีฬาที่เราต้องต่อสู้กัน แต่หนูมองว่าเขา ค่อนข้างซีเรียส งั้นโอเคเราไปเจอกันบนเวที ตรงนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ที่ทำให้เห็นว่า ใครจะได้รับชัยชนะ”
“ก่อนหน้านี้เราสัมผัสได้ว่า จะออกมาเป็นรูปแบบไหน หนูเห็นเขาสัมภาษณ์ว่า จะศอกหนูให้แตก เพราะปีที่แล้วศอกใส่ไอดาแตก แต่หนูก็บอกไม่เป้นไร ถ้าอยากมาศอกเราก็มาให้เต็มที่กัน”
“หนูเหนื่อยมาเยอะกับทัวร์นาเมนต์นี้กว่าจะเข้าชิง ขอบคุณตัวเองที่สู้เพราะระยะทางหนูก็ไม่สบาย ไข้บ้าง หยุดไปนานมีผล ร่างกายยังไม่ดี แต่การใช้ชีวิตของหนูยังคงดำเนินไปตามขั้นตอน และทำให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นระเบียบวินัยในการซ้อม การดูแลลูก ดำเนินชีวิตไม่ประมาททำให้มันละเอียดทุกอย่างต้องมีการวางแผน หนูสู้เพื่อลูกมันเหมือนมีพลังมากกว่าที่เราสู้กับตัวเอง”
“คนเราสู้กับตัวเองเหนื่อยก็หยุดได้ แต่ลูกคือสิ่งที่หนูผ่านอะไรกับเขามาเยอะ หนูควรได้รับสิ่งนั้น และหนูก็ทำได้ สิ่งที่หนูพูดมาตลอดว่า หนูทำเพื่อลูก หนูทำจริงๆ ทำมาตลอดไม่ว่าจะเป็นการหาเงินใช้ชีวิตทุกอย่างก็เพื่อลูกทั้งนั้น ทั้งร่างกาย และหัวใจหนูต้องแข็งแกร่ง อดทนที่ต้องสู้มากกว่าคนอื่น”
จากนั้น เงาพระจันทร์ ให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตาว่า “ที่หนูหยุดไปนานมันเป็นเรื่องจริงที่ไม่มีใครมารับรู้ความเหนื่อยของหนู”
“ชีวิตหนูดำเนินไปด้วยการใช้ชีวิตว่า อยู่เพื่อใคร ซึ่งสำหรับหนูคือเพื่อลูก และเพื่ออนาคนของลูก หนูเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่รู้สึกว่าสู้ชีวิต และจะไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ”
เงาพระจันทร์ ยังทิ้งท้ายด้วยการขอบคุณทุกคำดูถูก และขอบคุณทุกคนที่คอยสนับสนุนเธอเสมอมา ซึ่งเธอมีคิวขึ้นชกเจอกับ โสมรัศมี แชมป์รุ่นฟลายเวท ในวันที่ 30 กันยายน 2566 ซึ่งเป็นศึกชิงแชมป์รุ่นแบนตั้มเวทหญิงคนแรกของ RWS
ข่าว มวยไทย อื่นๆ