แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาล 2022/23 อย่างเป็นทางการ หลังจากที่ อาร์เซนอล พ่ายแพ้ให้กับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เมื่อคืนที่ผ่านมานี้

ในขณะที่ ไอ้ปืนใหญ่ ครองตำแหน่งจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีก ภายใต้ความกดดันมาเป็นระยะเวลานาน กลับกัน แมนฯ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา สามารถเก็บชัยชนะได้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีทีท่าว่าจะลดละ จนสามารถพลิกกลับมาแซงได้สำเร็จในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล

ด้วยความที่ทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ประสบปัญหานักเตะได้รับบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง และการหายไปของ กาเบรียล มาร์ติเนลลี ซึ่งเป็นผู้เคราะห์ร้ายรายล่าสุด ส่งผลให้ ทีมเจ้าป่า ที่ยังคงรักษาฟอร์มไว้ได้อย่างคงเส้นคงวา สามารถเปิดบ้านเฉือนเอาชนะผู้มาเยือนไปได้แบบล็อคถล่ม 1-0

ยิ่งไปกว่านั้น ฟอเรสต์ ไม่ปล่อยให้โอกาสทองที่รอคอยมาอย่างยาวนานต้องเสียเปล่า เมื่อพวกเขาได้ประตูขึ้นนำ และเป็นประตูชัยจากจังหวะสวนกลับ ในนาทีที่ 19 ของ มอร์แกน กิ๊บส์-ไวท์

อย่างไรก็ตาม กุนซือวัย 41 ปี ใช้เวลาเพียง 15 นาที ในช่วงครึ่งเวลาหลังเพื่อดูทิศทางของเกม ก่อนจะตัดสินใจเปลี่ยนตัว คีแรน เทียร์นีย์ และ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ลงสู่สนามเพื่อกู้สถานการณ์ จากนั้นอีก 10 นาทีต่อมา ฟาบิโอ วิเอรา ถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทนที่ของ เลอันโดร ทรอสซาร์ แต่กลับไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย

ซ้ำร้ายกว่านั้น เจ้าถิ่นเกือบบวกประตูที่ 2 เพิ่มได้หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นจังหวะที่ เบน ไวท์ จับบอลไม่อยู่จนทะลักไปถึง กิ๊บส์-ไวท์ เจ้าเก่าได้ลากบอลขึ้นไปดวลเดี่ยวกับ อารอน แรมส์เดล ก่อนจะซัดออกนอกกรอบ หรือแม้กระทั่งจังหวะที่ เรนาน โลดี้ ได้ลองสับไกแบบโล่งบริเวณหน้ากรอบ 18 หลา ทว่าบอลหลุดกรอบออกไป

ทีมของ สตีฟ คูเปอร์ รอดตกชั้นแบบลอยลำ หลังคว้าชัยเหนือ เดอะ กันเนอร์ส ไปได้ โดยอีกด้านหนึ่ง ทัพเรือใบสีฟ้า ได้รับอานิสงส์จากแมตช์ดังกล่าวเช่นกัน เมื่อ เดอะ ซิตี้เซ่น จะเริ่มพิธีฉลองแชมป์สมัยที่ 3 ติดต่อกันในคืนนี้ ส่งผลให้เกมพบกับ เชลซี ไม่มีผลกับพวกเขาอีกต่อไป

ข่าว พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อื่นๆ