อาร์เซนอล สามารถเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปได้ด้วยสกอร์ 4-1 ในการดวลจุดโทษตัดสิน และเป็นฝ่ายพิชิตแชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ไปครอง
จากการแข่งขันที่เพิ่งจบลงไปเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผลปรากฎว่า ทีมเรือใบสีฟ้า เสมอกับ เดอะ กันเนอร์ส ด้วยสกอร์ 1-1 จากการทำประตูของ โคล พาลเมอร์ และ เลอันโดร ทรอสซาร์
อารอน แรมส์เดล และ กองหน้าทีมชาติเบลเยียม กลายเป็นฮีโร่ประจำแมตช์ชิงแชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ เมื่อพวกเขาเป็นส่วนสำคัญในการพา ไอ้ปืนใหญ่ พิชิตชัยเหนือ แมนฯ ซิตี้ ไปได้หลังการดวลเป้า
ถือได้ว่าเทพีแห่งโชคไม่เข้าข้าง เดอะ ซิตี้เซน เอาเสียเลย เมื่อ เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมคเกอร์ตัวเก่งของทีม ซัดจุดโทษพลาดบอลพุ่งไปชนคานสนั่นตั้งแต่คนแรก ก่อนที่ โรดรี จะยิงไปติดเซฟของ แรมส์เดล และในท้ายที่สุด ฟาบิโอ วิเอรา เป็นผู้ส่ง สโมสรแห่งลอนดอนเหนือ คว้าแชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ได้สำเร็จ
อารอน แรมส์เดล – 8
แรมส์เดล กลายเป็นฮีโร่ของทีม หลังจากที่เจ้าตัวเซฟจุดโทษของ โรดรี และช่วยให้ อาร์เซนอล รอดพ้นจากการเสียประตูหลายครั้งในช่วงครึ่งเวลาหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฎิเสธลูกยิงของ ฟิล โฟเด้น
เบน ไวท์ – 7
ในวันนี้ต้องยอมรับว่า เบน ไวท์ เล่นเกมรุกได้อย่างยอดเยี่ยม จากจังหวะที่เขาบุกขึ้นไปในกรอบเขตโทษของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนจะจ่ายบอลให้กับ ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้สร้างโอกาสในช่วงครึ่งเวลาแรก พร้อมด้วยการครอสบอลต่ำได้อย่างสวยงามในช่วงครึ่งเวลาหลัง
อย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยของเจ้าตัวในช่วงครึ่งเวลาหลัง เกือบทำให้ อาร์เซนอล เสียประตูที่ 2 จากลูกยิงของ ฟิล โฟเด้น
วิลเลียม ซาลิบา – 8
อาการบาดเจ็บไม่อาจฉุดรั้งผลงานอันสุดยอดของ วิลเลียม ซาลิบา ได้เลย โดยในเกมนี้เจ้าตัวสามารถระเบิดฟอร์มเก่งได้อีกครั้ง พร้อมลงเล่นด้วยความยอดเยี่ยม แข็งแกร่ง โดดเด่น และสุขุม อีกทั้งการจ่ายบอลทะลุช่องถือเป็นคุณสมบัติที่ดีของเขาไม่แพ้กัน ซึ่งต้องยอมรับว่า ปราการหลังรายนี้เป็นหัวใจสำคัญในแนวรับที่ อาร์เซนอล ขาดไม่ได้
กาเบรียล มากัลเญส – 7
หากเทียบกับเกมที่ อาร์เซนอล เปิดบ้านพ่ายให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า มากัลเญส มีสไตล์การเล่นที่ดุดัน และแข็งแกร่งมากขึ้น เมื่อเจ้าตัวสร้างปัญหาให้กับ เออร์ลิง ฮาลันด์ จนไม่สามารถทำอะไรได้เป็นชิ้นเป็นอัน
เยอร์เรียน ทิมเบอร์ – 8
ทิมเบอร์ โชว์ฟอร์มการเล่นได้อย่างน่าประทับใจ เมื่อเจ้าตัวเป็นผู้เล่นที่มีมิติทั้งเกมรุก และเกมรับ พร้อมด้วยพลังงานอันมหาศาล ซึ่งรับประกันได้เลยว่าหาก โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ ไม่ฟิตพร้อม เขาจะได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงอย่างแน่นอน
โธมัส ปาร์เตย์ – 7
ถึงแม้ว่า ปาร์เตย์ จะได้รับใบเหลืองอย่างรวดเร็วจากการเตะบอลทิ้งในจังหวะที่คู่แข่งได้ฟรีคิก และออกบอลสั้นไม่ดีเท่าที่ควร แต่เขายังคงเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีความมุ่งมั่นมากที่สุดในทีม และไม่เคยหยุดวิ่ง
เดแคลน ไรซ์ – 7
เราไม่ได้เห็นฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดของ ไรซ์ ในวันนี้ หลังจากที่ได้จังหวะสับไกข้ามคานไป 1 ครั้ง ทว่าเจ้าตัวสามารถเก็บบอลไว้กับตัวได้อย่างยอดเยี่ยม และเชื่อว่าฝีเท้าของเขายังสามารถต่อยอดได้อีกยาวไกล
มาร์ติน โอเดการ์ด – 7
โอเดการ์ด เล่นได้อย่างน่าดึงดูดในช่วงครึ่งแรกของเกม เมื่อเขาเป็นผู้นำในการเพรสซิ่ง และจัดการกับลูกบอลได้ด้วยคลาสสุดเหนือชั้น อีกทั้งเจ้าตัวยังเป็นคนสังหารจุดโทษลูกแรกให้กับ อาร์เซนอล เพื่อชิงความได้เปรียบอีกด้วย
บูกาโย ซาก้า – 6
ดูเหมือนว่าวันนี้จะไม่ใช่วันของ ซาก้า เมื่อเจ้าตัวลงเล่นแบบขาดความมั่นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดสินใจที่ผิดพลาดเมื่อเข้าสู่พื้นที่สุดท้ายของคู่แข่ง ทว่าโชคยังดีที่เขาไม่พลาดการสังหารจุดโทษ
กาเบรียล มาร์ติเนลลี – 6
แม้ ความเร็วของ มาร์ติเนลลี จะยังคงยอดเยี่ยม และสามารถสร้างปัญหาให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้พอสมควร แต่มันกลับไม่ได้ผลเมื่อเขาพยายามทำให้สิ่งต่างๆ เป็นรูปเป็นร่าง อีกทั้ง การเปิดมุมทั้ง 2 ครั้งของเจ้าตัวทำออกมาได้อย่างย่ำแย่ จนทำให้ มิเกล อาร์เตต้า ผิดหวัง
ไค ฮาแวร์ตซ์ – 6
อนาคตของ ฮาแวร์ตซ์ ในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดียม ดูสดใส แต่ปัญหาของเขาคือ การจบสกอร์ที่ไม่เฉียบคม เมื่อเจ้าตัวมีโอกาสทองถึง 2 ครั้งในช่วงครึ่งเวลาแรก แต่กลับเปลี่ยนให้กลายเป็นประตูไม่ได้ ซึ่งลูกยิงของ จอมทัพชาวเยอรมัน ไม่หนีมือผู้รักษาประตูของ ทีมเรือใบสีฟ้า เลย
เลอันโดร ทรอสซาร์ – 8 (ตัวสำรอง)
ลงมาสร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวงได้อย่างแท้จริงสำหรับ เลอันโดร ทรอสซาร์ เมื่อเจ้าตัวเป็นผู้ทำประตูตีเสมอให้กับ อาร์เซนอล อีกทั้งยังสังหารจุดโทษไม่พลาดในการตัดสินชี้ขาด
ยิ่งไปกว่านั้น ศูนย์หน้าทัพปีศาจแดงแห่งยุโรป เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ได้รับการยกย่องน้อยเกินไป
ฟาบิโอ วิเอรา – 7 (ตัวสำรอง)
เป็นผู้ส่ง อาร์เซนอล คว้าแชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ หลังสังหารจุดโทษเป็นคนสุดท้าย และยิงได้อย่างเด็ดขาดบอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมแบบหมดสิทธิ์เซฟ
คีแรน เทียร์นี – 3 (ตัวสำรอง)
เป็นผู้ที่มีฟอร์มการเล่นสุดน่าผิดหวัง หลังไม่สามารถหยุดยั้งลูกยิงของ โคล พาลเมอร์ ได้จนทำให้ทีมเสียประตู
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ