ชัยชนะของ ทีมชาติอังกฤษ เหนือ ทีมชาติเยอรมนีตะวันตก ในปี 1996 และการที่ ทัพอินทรีเหล็ก บุกมาถล่ม เจ้าภาพบราซิล ในศึกฟุตบอลโลกปี 2014 คือ เกมคุณภาพที่ทำให้การแข่งขันชิงถ้วยเวิลด์ คัพ กลายเป็นทัวร์นาเมนต์เต็มไปด้วยเสน่ห์ แต่ฟุตบอลโลกปีไหนถือเป็นปีที่ยอดเยี่ยมที่สุด?

อดีตตำนานนักเตะอย่าง แกรี ลินิเกอร์, อลัน เชียร์เรอร์ และ ไมกาห์ ริชาร์ดส์ ได้นั่งพูดคุยกันถึงหัวข้อดังกล่าว ผ่านพอดแคสต์ ในรายการ Match of the Day: Top 10 ทาง BBC Sounds

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาดูกันเลยว่า 10 แมตช์ที่ดีที่สุดประจำศึกฟุตบอลโลกมีแมตช์ไหนกันบ้าง

10. อังกฤษ 3-2 แคเมอรูน 1990

เกมในวันนั้น แกรี ลินิเกอร์ ช่วยให้ทัพทรี ไลออนส์ พลิกนรกกลับมาเถลิงชัยเหนือ ทัพหมอผี ได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ในศึกฟุตบอลโลกปี 1990 หลัง ทีมชาติแคเมอรูน เป็นฝ่ายขึ้นนำ ทีมชาติอังกฤษ ไป 2-1 ก่อนที่ อดีตหัวหอกเอฟเวอร์ตัน จะเป็นผู้สังหารจุดโทษในนาทีที่ 83 ตีเสมอเป็น 2-2 และเป็น ลินิเกอร์ คนดีคนเดิม ช่วยบวกประตูเพิ่มให้กับ ทีมสิงโตคำราม จากลูกจุดโทษอีกครั้ง แซงเอาชนะไปได้ 3-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ส่งให้พวกเขาเป็น ทีมชาติอังกฤษชุดลุยศึกฟุตบอลโลกชุดแรก ที่สามารถทะลุได้ถึงรอบรองชนะเลิศของการแข่งขันชิงถ้วยเวิลด์ คัพ ในต่างแดน

ลินิเกอร์ : มันเป็นเกมที่โหดหินสุดๆ แคเมอรูน เป็นทีมที่ยอดเยี่ยม พวกเขาเล่นกันได้ดีมากๆ ในวันนั้น และพวกเราอาจถึงแพ้กันได้ง่ายๆ เลย

9. อังกฤษ 4-2 เยอรมนีตะวันตก 1966

ทีมชาติอังกฤษในมือของ เซอร์ อัลฟ์ แรมซีย์ เอาชนะคู่อริตลอดกาลอย่าง ทีมชาติเยอรมนีตะวันตก ไปด้วยสกอร์ 4-2 หลังช่วงต่อเวลาพิเศษ ส่งให้ ทัพสิงโตคำราม คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยแรก และสมัยเดียวในประวัติศาสตร์ของพวกเขามาครองได้สำเร็จ ซึ่งเกมในวันนั้น ทัพอินทรีเหล็ก สามารถยิงตีเสมอได้ในนาทีสุดท้ายก่อนสิ้นเสียงนกหวีดยาว 90 นาที ทว่า ทัพทรี ไลออนส์ ได้รับชัยชนะเหนือคู่แข่งในสนามเวมบลีย์ ด้วยการทำแฮตทริกของ เซอร์ เจฟฟ์ เฮิร์สต์ จนถึงตอนนี้เขายังเป็นผู้เล่นทีมชาติอังกฤษเพียงคนเดียวที่สามารถซัดได้ถึง 3 ประตู ในรอบชิงชนะเลิศของศึกเวิลด์ คัพ รวมถึงแมตช์นั้นยังมีประเด็นเรื่องลูกยิงชนคานบันลือโลกอีกด้วย

เชียร์เรอร์ : สำหรับคนอังกฤษ มันคือเกมที่ยอดเยี่ยมที่สุด

ลินิเกอร์ : มีผู้เล่นเพียง 11 คนเท่านั้นในแต่ละฝั่ง (ไม่มีตัวสำรอง) และเป็นที่น่าประหลาดใจอย่างมากที่ จิมมี กรีฟส์ ไม่มีชื่ออยู่ในเกมวันนั้น แต่อย่างไรก็ตามมันคือเกมที่ยอดเยี่ยม กับลูกตีเสมอในช่วงท้ายเกม และลูกชนคานที่ยังเป็นข้อกังขาว่าลูกนั้นเข้าไปแล้วหรือยัง?

8. อังกฤษ 2-2 อาร์เจนตินา 1998

เชียร์เรอร์ : มันเป็นเกมที่ดีมากๆ ผมยิงได้ 2 จุดโทษในเกมนั้น แต่ลูกที่ 2 มันขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจล้วนๆ เลยล่ะ

ลินิเกอร์ : มันน่าเหลือเชื่อมาก ลูกที่ โซล แคมป์เบลล์ ส่งบอลเข้าไปสู่ก้นตาข่าย กลับไม่ถูกนับว่าเป็นประตู

7. ฝรั่งเศส 4-3 อาร์เจนตินา 2018

เกมในวันนั้นถือเป็นอีกหนึ่งแมตช์ฟุตบอลโลกคุณภาพคับแก้ว จากการเข้าห้ำหั่นกันของเหล่าแข้งทั้ง 2 ฝั่งกันอย่างดุเดือด และถล่มตาข่ายกันอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน ก่อนจะเป็นชาติตัวแทนจากยุโรปเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะไป ก่อนจะคว้าแชมป์ในศึกฟุตบอลโลกหนนั้น

6. อุรุกวัย 1-1 กานา 2010

หลุยส์ ซัวเรซ เป็นหัวใจสำคัญของศึกฟุตบอลโลกรอบก่อนรองชนะเลิศปี 2010 ระหว่าง ทัพจอมโหด กับ ทีมชาติกานา ซึ่งทั้งคู่ต่างเพิ่งเคยพบกันเป็นครั้งแรกในประวัติศาตร์สำหรับทีมชุดใหญ่ ซึ่งการแข่งขันในวันนั้น หัวหอกตัวเก่งของอุรุกวัย ได้โชว์ซูเปอร์เซฟสุดสวย จากลูกโหม่งของผู้เล่นกานา จนถูกใบแดงไล่ออกจากสนามไป พร้อมกับเสียจุดโทษ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลก หลัง กียาน อซาโมอาห์ ศูนย์หน้าตัวความหวังของชาติจากกาฬทวีป ดันซัดจุดโทษไปชนคาน ก่อนจะแพ้จุดโทษไปด้วยสกอร์ 4-2 ในขณะที่ ทีมชาติอรุกวัย ทะลุถึงรอบรองชนะเลิศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1970

ริชาร์ดส์ : ถึงสกอร์ที่ออกมาจะดูไม่จืดสักเท่าไร แต่นั่นก็เป็นเกมที่สนุกสนาน และเป็นเกมที่มีความสับสนวุ่นวายเยอะไปหมด

เชียร์เรอร์ : เกมในวันนั้นจะถูกจดจำไปชั่วชีวิตของ หลุยส์ ซัวเรซ ทั้ง การทำแฮนด์บอล และได้รับใบแดงไล่ออกจากสนาม ทว่าหลังจากนั้นพวกเขากลับได้ฉลองชัยชนะกันในอุโมงค์

5. อิตาลี 4-3 เยอรมนีตะวันตก 1970

อิตาลี เป็นฝ่ายออกนำ เยอรมนีตะวันตกไปก่อน 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 8 ของรอบรองชนะเลิศ ในศึกฟุตบอลโลกปี 1970 ก่อนที่ คาร์ล ไฮนซ์ ชเนลลิงเกอร์ กองหลังชาวเยอรมัน จะทำประตูตีเสมอไล่มาเป็น 1-1 ได้ในนาทีที่ 90 อย่างไรก็ตาม ในช่วงต่อเวลาพิเศษ การเหมา 2 ประตู ของ แกร์ด มุลเลอร์ กลับไร้ประโยชน์ เมื่อ ทัพอัซซูรี สามารถเอาชนะ ทัพอินทรีเหล็ก ไปได้ 4-3 และเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งในภายหลังพวกเขาต้องพ่ายแพ้ด้วยน้ำมือของ ทีมชาติบราซิล

ลินิเกอร์ : มันเป็นรอบรองชนะเลิศ ในศึกฟุตบอลโลกที่บ้ามากๆ กองหน้าอิตาลี 2 รายในชุดนั้น เป็นนักฟุตบอลที่สง่างาม ตั้งแต่เริ่มยันจบมันเป็นเกมที่น่าทึ่งสุดๆ

4. เยอรมนีตะวันตก 3-3 ฝรั่งเศส 1982

เป็นอีกหนึ่งเกมคุณภาพที่มี ทัพอินทรีเหล็ก ลงแข่งขัน และการแข่งขันจบลงด้วยชัยชนะของพวกเขา หลัง ปิแอร์ ลิตบาร์สกี เป็นผู้ทำประตูเบิกร่องให้กับ ทัพเยอรมนีตะวันตก ก่อนที่ ทีมชาติฝรั่งเศส จะตีเสมอขึ้นมาเป็น 1-1 ได้สำเร็จ และพลิกแซงทิ้งห่างคู่แข่งออกไปเป็น 3-1 ทว่าในท้ายที่สุด เป็นทางแชมป์ 4 สมัย ฮึดสู้ตีเสมอได้ 3-3 และชนะการดวลจุดโทษ 5-4 หลังจากนั้น ทีมชาติเยอรมนีตะวันตก ได้พ่ายแพ้ในรอบชิงชนะเลิศให้กับ ทีมชาติอิตาลี

ลินิเกอร์ : หนึ่งในช่วงเวลาสำคัญ และทำให้ผู้คนจดจำถึงเกมๆ นี้ได้ นั่นคือจังหวะของ ฮารัลด์ ชูมัคเกอร์ ผู้รักษาประตูชาวเยอรมัน กับ แพทริค แบตติสตัน ไม่น่าเชื่อเลยว่าผู้ตัดสินใจไม่ให้ฟาล์ว และใบแดงในจังหวะนั้น ผมคิดว่า แบตติสตัน คงจะฟันหักไปหลายซี่ แต่ ชูมัคเกอร์ ยังคงอยู่ในสนาม และเป็นผู้ส่งเยอรมันให้เข้าสู่รอบต่อไป

เชียร์เรอร์ : จังหวะนั้นมันเป็นอะไรที่น่ากลัวมากๆ ชูมัคเกอร์ ได้ทำลาย แบตติสตัน ไปแล้ว

3. บราซิล 4-1 อิตาลี 1970

ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี 1970 เป็นการพบกันครั้งแรกของ 2 แชมป์เก่า ซึ่งเกมในวันนั้น บราซิล เป็นฝ่ายถล่มเอาชนะ อิตาลี ไปได้ 4-1 และเป็นชาติแรกที่ได้ชูถ้วยเวิลด์ คัพ ถึง 3 ครั้งในประวัติศาสตร์ จากลูกยิงของ คาร์ลอส อัลแบร์โต้ ที่เป็นลูกยิงปิดฉาก จนถือได้ว่านั่นเป็นหนึ่งในประตูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดประวัติศาสตร์ประจำทัวร์นาเมนต์

ลินิเกอร์ : มีผู้เล่นบางคนที่น่าทึ่งมากๆ ในทีมชาติบราซิลชุดนั้น

2. อิตาลี 3-2 บราซิล 1982

อิตาลี เอาชนะ บราซิลไปได้ 3-2 ในศึกฟุตบอลโลกปี 1982 พร้อมเขี่ยพวกเขาออกจากการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มนัดที่ 2 โดยทั้ง 3 ประตู ของ ทัพอัซซูรี มาจากการทำแฮตทริกของ เปาโล รอสซี หลังจากที่เจ้าตัวเพิ่งกลับมาจากการติดโทษแบน ซึ่ง อิตาลี ชุดนั้นมีดีถึงขั้นคว้าแชมป์มาครองเป็นสมัยที่ 3

เชียร์เรอร์ : นี่ถือเป็นหนึ่งในแมตช์ฟุตบอลโลกที่ผมจำได้ดี จากการทำแฮตทริกของ เปาโล รอสซี

ลินิเกอร์ : นี่เป็นเกมที่น่าตื่นตาตื่นใจ เพราะ อิตาลี กำลังติดลมบนจากการที่พวกเขาได้เล่นในบ้าน และสิ่งที่ เปาโล รอสซี เพิ่งทำลงไป ทั่วโลกต่างเสียใจกับการตกรอบของ บราซิล ทว่าการแข่งขันในวันนี้ช่างมีมนต์ขลังเสียเหลือเกิน

1. บราซิล 1-7 เยอรมนี 2014

เป็นฟุตบอลโลกครั้งที่น่าอัปยศอดสูที่สุดครั้งหนึ่งของ ทีมชาติบราซิล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะเจ้าภาพ การหายไปของ เนย์มาร์ ที่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงบริเวณกระดูกสันหลัง และ กัปตันทีมอย่าง ติอาโก้ ซิลวา ทำให้ไม่มีแฟนบอลแซมบ้าคนใดคาดคิดว่า ทัพอินทรีเหล็ก จะถล่มทีมบ้านเกิดของพวกเขาอย่างยับเยินถึง 5-0 เพียงแค่ 29 นาทีแรกของการแข่งขัน ผลที่ตามมาคือ สถิติความปราชัยในบ้านครั้งแรกในรอบ 39 ปี พร้อมเป็นความพ่ายแพ้ที่เละเทะที่สุดในศึกฟุตบอลโลกของ ทัพเซเลเซา

ริชาร์ดส์ : ไม่มีใครคาดหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับการ ซัดกันไปถึง 8 ประตูในเกมเดียว

เชียร์เรอร์ : พวกเราแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเหตุการณ์ในวันนั้นมันได้เกิดขึ้นจริง มันน่าเหลือเชื่อสุดๆ ไปเลย ที่ เยอรมนี ไล่ถล่มใส่เจ้าบ้านแบบนั้น

ลินิเกอร์ : มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมากๆ หลังสิ้นเสียงนกหวีดยาว ผู้คนทั่วทั้ง บราซิล ต่างอยู่ในอาการโศกเศร้า

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ