นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด กำลังมองหาสถิติไร้พ่าย 10 นัดติดต่อกัน ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยค่ำคืนนี้เป็นเกมที่พวกเขา ต้องเปิดสนาม เซนต์ เจมส์ พาร์ค เพื่อต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี
เดอะ แม็กพายส์ เป็นหนึ่งในทีมที่ทำผลงานได้น่าประทับใจที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ พร้อมกับฟอร์มการเล่นที่เสมอต้นเสมอปลายมากที่สุด ด้วยความยอดเยี่ยมนี้เอง ส่งให้พวกเขารั้งอันดับ 3 ของตารางคะแนน และจะยังคงไว้อย่างนั้นตลอดช่วงพักเบรคศึกฟุตบอลโลก 2022 หากสามารถปราบสิงห์บลูได้คืนนี้
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา EKingsNews จะพาท่านผู้อ่านทุกท่านมาส่อง 5 เหตุผล ว่า ทำไม? สาลิกาดง จะพิชิตชัยเหนือ ทัพสิงโตน้ำเงินคราม ในวันนี้
1.ฟอร์มอันร้อนแรงของ นิวคาสเซิล
ปัจจุบัน นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ครองสถิติไร้พ่าย 9 นัดติดต่อกันในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นับตั้งแต่ที่พวกเขาปราชัยต่อ ลิเวอร์พูล 2-1 ก่อนจะคืนฟอร์มด้วยการบุกไปยันเสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 0-0 และเร่งความร้อนแรงแบบเดือดทะลุปรอท ด้วยการเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน, ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์, แอสตัน วิลลา และ เซาธ์แฮมป์ตัน
นอกจากนี้ ด้วยฟอร์มการเล่นอันกระท่อนกระแท่นของ เชลซี ที่ดูเหมือนว่าพวกเขายังคงหาจุดลงตัวให้กับทีมไม่เจอ จะเป็นงานหินสำหรับการลงทำศึกลูกหนังในถิ่น เซนต์ เจมส์ พาร์ค
2.เชลซี ไม่ชนะใครเลยใน 4 เกมลีกหลังสุด
สิงห์บลู มีฟอร์มการเล่นที่แตกต่างกับทางเจ้าถิ่นราวฟ้ากับเหว โดยที่พวกเขาไม่สามารถเอาชนะใครได้เลย ใน 4 เกมลีกหลังสุด เริ่มต้นจากการแบ่งแต้มกับ เบรนท์ฟอร์ด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนจะถูกยัดเยียดความปราชัยอย่างต่อเนื่องโดย ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน และ อาร์เซนอล
ล่าสุด เห็นได้ชัดว่าฟอร์มการเล่นของพวกเขาถดถอยลง หลังเพิ่งบุกไปพ่ายต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ในศึกคาราบาว คัพ เมื่อกลางสัปดาห์ โดยเกมในวันนั้น ลูกทีมของ แกรม พ็อตเตอร์ ไม่สามารถต้านทานความแข็งแกร่งของ ทัพเรือใบสีฟ้า ได้เลยแม้แต่น้อย
แน่นอนว่า จากสิ่งที่ได้กล่าวมาทั้งหมดข้างต้น จะทำให้ความมั่นใจของทีมตกลงมาอยู่ในระดับต่ำ ก่อนเกมพบกับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด วันนี้
3.นิวคาสเซิล มีสถิติเกมรับที่ดีที่สุดในลีก
สาลิกาดง เป็นหนึ่งในทีมที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในแง่ของเกมป้องกัน ประจำศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลนี้ ด้วยความแข็งแกร่งของแผงแบ็คโฟร์ที่ทำผลงานได้อย่างน่าชื่นชม ไม่ว่าจะเป็น สเวน บ็อตมัน, แดน เบิร์น, ฟาเบียน แชร์ และ คีแรน ทริปเปียร์
ความยอดเยี่ยมในเกมรับของพวกเขาทำให้ปัจจุบัน นิวคาสเซิล เสียไปเพียงแค่ 11 ประตู จากการแข่งขัน 14 นัด เท่ากับจ่าฝูงอย่าง อาร์เซนอล ที่แข่งน้อยกว่า 1 นัด
นอกจากนี้ เชลซี มีสถิติการยิงประตูที่แย่ที่สุดในบรรดา 9 อันดับแรกของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก
4.ปัญหาอาการบาดเจ็บของผู้เล่น เชลซี
สโมสรแห่งลอนดอน มีผู้เล่นจำนวนมากที่ได้รับอาการบาดเจ็บ และยังห่างไกลกับคำว่า “ฟูลทีม” เนื่องจากในวันนี้พวกเขาหมดสิทธิ์ใช้งาน รีซ เจมส์, เบน ชิลเวลล์, เวสลีย์ โฟฟานา, เอ็นโกโล ก็องเต้, จอร์จินโญ และเกปา อาร์ริซาบาลาก้า อย่างแน่นอนแล้ว
Chelsea’s full injury list :
— Pys (@CFCPys) November 8, 2022
– Reece James ? (Struggling for WC)
– N’Golo Kante ? (Out for 4 months)
– Kepa ? (Out until after WC)
– Jorginho ? (Small foot injury)
– Fofana ? (Was out for 4 weeks, now into the 6th week of his injury)
– Chilwell ? (3 months)
5.การประสานงานอันยอดเยี่ยมของ ทริปเปียร์ และ อัลมิรอน
มิเกล อัลมิรอน เป็น “เดอะ แบก” สำหรับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด อย่างแท้จริงในฤดูกาลนี้ ด้วยฟอร์มการเล่นอันสม่ำเสมอ การทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำ และทักษะการเลี้ยงกินตัว ทำให้เขาเป็นกำลังหลักสำคัญที่ สาลิกาดง จะขาดเสียไปไม่ได้
อีกทั้ง ปีกขวารายนี้ทำประตูได้ตลอด 4 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก ซึ่งส่วนหนึ่งที่ทำให้ฟอร์มของ ดาวเตะทีมชาติปารากวัย ร้อนแรงขึ้นมาได้ ต้องขอบคุณ คีแรน ทริปเปียร์ ที่คอยสนับสนุนอยู่เคียงข้างเขาเสมอมา
แข้งวัย 32 ปี เป็นหนึ่งในฟูลแบ็คที่ฟอร์มดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกตอนนี้ เขาเป็นแข้งอัจฉริยะที่เพียบพร้อมไปด้วยเทคนิคอันแพรวพราว และยังแสดงความโดดเด่นในด้านความเป็นผู้นำในสนามอีกด้วย
การปรากฏตัวของ ทริปเปียร์ ส่งผลให้ อัลมิรอน เล่นเกมรุกได้อย่างมีอิสระมากขึ้น นั่นจึงเป็นเหตุผลให้การประสานงานของพวกเขาทั้ง 2 คน เปรียบเสมือนฝันร้ายที่ สิงห์บลู ต้องเผชิญ
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ