แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือทีมชาติอังกฤษ เตรียมเรียกตัว เจดอน ซานโช และ มาร์คัส แรชฟอร์ด กลับมารับใช้ชาติอีกครั้ง หลัง 2 ดาวเตะมีฟอร์มการเล่นอันน่าประทับใจกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในซีซั่นนี้
ในวันพฤหัสบดีที่จะมาถึงนี้ ทัพทรี ไลออนส์ จะมีคิวลงแข่งขันนัดกระชับมิตรกับทีมชาติเยอรมนี และทีมชาติอิตาลี ซึ่งคาดว่ากุนซือเลือดผู้ดีจะเรียก 2 หัวหอกของ ยูไนเต็ด กลับมาติดธงอีกครั้ง หลังหลุดโผจากศึกฟุตบอลเนชันส์ ลีก 2022
อย่างไรก็ตามการเข้ามาของ เอริค เทน ฮาก เปรียบเสมือนการชุบชีวิตให้กับกองหน้าทั้ง 2 รายนี้ เนื่องจากในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2022/23 ซานโช และ แรชฟอร์ด เปรียบเสมือนเสาหลักของ แมนฯ ยูฯ ด้วยการเก็บชัยชนะไปได้ถึง 4 เกมล่าสุดติดต่อกัน
อีกทั้งกุนซือชาวดัตช์สามารถเค้นศักยภาพของแข้งชาวอังกฤษทั้ง 2 รายนี้ออกมาได้ราวกับมีคู่มือการใช้งาน โดยทางด้านศูนย์หน้าวัย 24 ปี ทำประตูไปแล้วทั้งสิ้น 3 ประตู กับอีก 2 แอสซิสต์ ในขณะที่ศูนย์หน้าเจ้าของค่าตัว 85 ล้านยูโร จาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มีความสามารถในการทะลุทะลวงแนวรับของคู่ต่อสู้ได้ด้วยความว่องไว และเป็นคีย์แมนสำคัญในการพา ทัพปิศาจแดง เปิดบ้านเอาชนะ ลิเวอร์พูล ในศึกแดงเดือดนัดล่าสุดไปได้ด้วยสกอร์ 2-1
อย่างไรก็ดีถึงแม้ 2 แข้งดาวดังจะไม่ถูกเรียกกลับไปรับใช้ชาติตั้งแต่ปลายปี 2021 ทว่ามีแนวโน้มสูงที่พวกเขาจะได้หวนร่วมทัพสิงโตคำรามอีกครั้ง ในการแข่งขันกระชับมิตรที่ทีมชาติอังกฤษจะต้องเจอกับ ทัพอินทรีเหล็ก และทัพอัซซูรี
คาดการณ์กันว่า เซาธ์เกต จะเตรียมทีมให้แล้วเสร็จเพื่อลุยศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ประมาณวันที่ 19 ตุลาคมนี้ เป็นเวลา 1 เดือนก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มต้นขึ้น โดยโปรแกรมการแข่งขันที่ออกมาทีมชาติอังกฤษ จะต้องพบกับ ทีมชาติสหรัฐอเมริกา, ทีมชาติอิหร่าน และทีมชาติเวลส์
นอกจากนี้อดีตศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษอย่าง เอียน ไรท์ เชื่อว่า มาร์คัส แรชฟอร์ด คู่ควรถูกเรียกกลับมาร่วมทัพทรี ไลออนส์ อีกครั้ง
“แรชฟอร์ด ดูเหมือนเกิดใหม่อีกครั้ง ราวกับหม้อที่ถูกวางไว้บนเตาไฟ และพร้อมจะรังสรรค์อาหารเลิศรส”
“ในตอนที่เข้าวิ่งเข้าไปเพื่อทำประตู มันดูราวกับว่าไม่มีใครหยุดเขาได้อีกแล้ว ทางเดียวที่จะสามารถหยุดเขาได้คือการจ่ายบอลมาถึงเขาที่ไม่ดีพอ หรือไม่ก็เขาจับบอลได้ไม่ดี ถึงแม้ช่วงเวลาที่ผ่านมาทั้ง 2 คน อาจจะเล่นได้ตะกุกตะกักไปบ้าง แต่ตอนนี้เขาเหมือนกับได้รับพรในเรื่องของฝีเท้า พวกเขาช่างอันตรายเสียจริงๆ”
ข่าว พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อื่น ๆ