นับเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักมาก เพราะไม่เคยที่จะสำนึกเสียที สำหรับกองเชียร์กลุ่ม อุลตร้า ไทยแลนด์ ที่ได้มีการโพสต์ข้อความผ่านเพจว่า ในเกมฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย เกมแรก ที่ไทยพบกับจีน ในวันที่ 16 พ.ย.นี้ ไม่มีการให้จุดพลุเช่นเดิม
“เสรีภาพในการเชียร์กำลังถูกคุกคาม ผ่านกฏเกณฑ์ต่างๆ ดูเหมือนว่ามันจะสร้างความยุ่งยากให้การเชียร์มากขึ้น และ มากขึ้น ตั้งแต่ปี 2012 เราสู้กับ กฏส้นตีนของ AFC มาตลอด มันไม่ใช่แค่เรื่อง Pyro show แต่มันพยายามแทรกซึมมา “กีดกัน” เราจากการเชียร์อย่างเสรีภาพ ในทุกๆ มิติ ห้ามนู้นนี่นั่น ปฏิบัติต่อพวกเราเหมือนเป็น “อาชญากร ” ตามจิกกัดพวกเราทั้งในสนามและ นอกสนาม รวมถึงการใช้ “กฏหมายนอกสนาม” มาเล่นงาน ดำเนินคดีต่างๆนานา”
“มาถึงวันนี้ การกระทำเหล่านั้นก็ยังคงดำเนินอยู่ และมีท่าทีว่า มันจะเดินทางไปในทิศทางที่เข้มข้นขึ้นไปเรื่อยๆ เราในฐานะ “กองเชียร์” คนหนึ่ง มันเป็นเรื่องที่เราควรแสดงให้ฝ่ายที่พยายามควบคุม ได้รู้ว่า พวกเขาไม่มีสิทธิ์ใดๆ ที่จะมาคุกคามเสรีภาพแห่งการเชียร์ มันเป็นเรื่องของการปกป้องจิตวิญญาณของตนเอง ทั้งในแง่ของ ปัจเจกบุคคล หรือ องคาพยพ ที่ใหญ่ขึ้นไป”
“ผมกลับแปลกใจที่มี “กองเชียร์” บางคน บางกลุ่ม หาได้ปกป้องจิตวิญญาณ และ เสรีภาพในการเชียร์ของตนเองเลย ถึงกับไปยอมก้มหัวให้กฏส้นตีน ให้เขาสั่งคุณว่า “คุณทำอะไรได้บ้าง” ขยายความให้ชัดๆ ไปอีกก็คือ “คุณสามารถเชียร์บอลแบบไหนได้บ้าง และ ห้ามเชียร์แบบไหนบ้าง” มันช่างน่าสมเพชจริงๆ”
“AFC ไม่ใช่กองเชียร์ แน่นอนว่าพวกมันไม่ได้มีความเข้าใจวัฒนธรรมการเชียร์ใดใดทั้งสิ้น สิ่งที่พวกแม่งต้องการคือ “แฟนบอลเชื่องๆ จำนวนมาก” ที่เข้าสนามมาดูบอล ดูโฆษณา อุดหนุนสินค้า อาหารที่สามารถนำเข้าไปกินในสนามได้ มูลค่าลิขสิทธิ์ ผลประโยชน์ของพวกมันเอง…ดูบอลจบ พวกมึงก็ไสหัวกลับบ้านไป “คุณเป็นกองเชียร์แบบไหนกัน ?” “เชื่อง หรือ ไม่เชื่อง ?” หากเสรีภาพต้องขออนุญาตจากใครซักคนก่อน มันยังจะเรียกตัวเองว่า “ เสรีภาพ “ ได้อย่างไรกัน Regulations are kill’in you not me !!!”
ส่งผลให้แฟนฟุตบอลได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเป็นวงกว้าง ว่ากองเชียร์กลุ่มนี้ ไม่เคยจะสำนึกในสิ่งที่ตัวเองกระทำผิดใดๆ
ข่าวฟุตบอลที่น่าสนใจ