ไหนๆ ก็จะหมดเดือน ตุลาคม 2023 แล้ว ก็เอาให้มันจบภายในเดือนนี้ไปเลย สำหรับ “ดราม่า” ที่สโมสรใน ไทยลีก ไม่ปล่อยผู้เล่นตัวหลักไปรับใช้ชาติเกมอุ่นเครื่อง จนทำให้โดน จอร์เจีย ถล่ม 8-0 และเสมอ เอสโตเนีย 1-1

พอเข้าสู่โหมด “สโมสร” ปรากฎว่าผลงานของทีมก็ไม่ได้เปรี้ยงปร้างเท่าไหร่ ซ้ำร้ายยังหมดท่าในรายการฟุตบอลถ้วยเอเชียอย่างเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก อีกด้วย

การไม่ปล่อยนักเตะไปรับใช้ชาติเพราะกลัวนักเตะล้าและเจ็บจากการเดินทาง แต่ผลงานในระดับสโมสรก็ไม่ดี

น่าจะให้คำตอบอะไรได้บ้างสำหรับ “ฟุตบอลไทย”

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

1.สภาพร่างกายนักบอลไม่แข็งแรง

การที่สโมสรไม่ปล่อยนักฟุตบอลไปเล่นทีมชาติด้วยเหตุผล “กลัวเจ็บ” และ “ล้า” จากการเดินทาง แสดงให้เห็นว่า “เจ้าของทีม” รู้ดีว่านักเตะไทยไม่ได้แข็งแกร่งในระดับ “นักเตะอาชีพ” เพราะหากเทียบกับ “มืออาชีพ” ที่ค้าแข้งในยุโรป พวกเขาไม่เคยต้องพะวงอะไรกับเรื่องเหล่านี้เลย ดังนั้นนักฟุตบอลไทยมีปัญหาเรื่องความแข็งแรงหรือระบบ “ฟิตเนส”

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

2.ความฟิตไม่ถึง

เมื่อไม่แข็งแรง แน่นอนว่า “ความฟิต” ก็ตามมา เพราะฟุตบอลเป็รเกมปะทะที่ต้องใช้ความแข็งแกร่งของร่างกายเป็นส่วนประกอบ อีกทั้งต้องวิ่งตลอด 90 นาที ฉะนั้นความฟิตคือปัญหาของนักเตะไทย เพราะจนาดไม่ปล่อยนักเตะไปรับใช้ชาติและได้พักเป็นสิบวัน แต่เมื่อกลับมาเล่น ACL จะเห็นได้ว่าหลังนาที 60 ก็แทบจะเดินเล่นกันแล้ว

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

3.เก่งจริงไม่เยอะ ทดแทนกันไม่ได้

ข้อนี้ต้องเปิดใจให้กว้างและยอมรับความจริงว่านักฟุตบอลไทยที่ใช้คำว่า “เก่ง” มีไม่เยอะ ดังนั้นหากคนใดคนหนึ่งเจ็บ คนที่จะขึ้นมาเล่นแทนก็ทำได้ไม่ดีเท่า ซึ่งมาตรฐานของทีมจะตกทันที เช่น ทีมชาติไทย ขาดตัวหลักหลายจน สุดท้ายคนอื่นๆ ก็ทดแทนไม่ได้ ทำให้โดนยิง 8 ลูก ส่วนสโมสรไม่กล้าปล่อยตัวหลักให้ทีมชาติ เพราะกลัวว่าถ้าเจ็บกลับมา ตัวสำรองจะทดแทนไม่ได้เช่นกัน

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จากเหตุผลทั้ง 3 ข้อ ก็น่าวิตกเหมือนกันว่า “ฟุตบอลไทย” จะไปได้ไกลแค่ไหน

โดยเฉพาะเป้าหมายที่วางไว้ทั้งการเป็นทีมระดับท็อปของเอเชีย, ไปฟุตบอลโลก หรือแม้แต่สู้กับสโมสรชั้นนำของเอเชียใน ACL

ซึ่งดูแล้วเป็น “ยาก” เพราะ ความเป็นจริงช่างสวนทางกับความฝันลิบลับ!!!