อินโดนีเซีย โพสต์คลิปเก็บตกมุม BENCH CAM นัดชิงชนะเลิศซีเกมส์ มีช็อตกองหน้าเบอร์ 9 วิ่งไปเฮหน้าซุ้มม้านั่งสำรองของช้างศึก U23 คาดว่าเป็นชนวนเหตุตะลุมบอนฉาว
ยูทูบอย่างเป็นทางการของทีมชาติอินโดนีเซีย (PSSI) โพสต์คลิปวิดีโอรวมเหตุการณ์สำคัญของทีมในเกมนัดชิงชนะเลิศซีเกมส์ 2023 นัดที่เอาชนะ ทีมชาติไทย U23ด้วยสกอร์ 5-2 เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยใช้กล้องติดไว้ที่ซุ้มม้านั่งสำรอง (BENCH CAM) ซึ่งมีช็อตที่เป็นประเด็น เมื่อ รอมฎอน ซานันทา กองหน้าหมายเลข 9 วิ่งไปเฮต่อหน้าทีมชาติไทย ทั้งที่ยังไม่หมดเวลา
คลิปดังกล่าวแสดงให้เห็นทุกโมเมนต์สำคัญในเกมนี้ของอินโดนีเซีย เริ่มตั้งแต่ยิงประตูขึ้นนำทีมชาติไทยของ ‘โค้ชหระ’ อิสสระ ศรีทะโร 1-0 และ 2-0 ในครึ่งแรก โดยทั้งนักเตะและสตาฟฟ์แสดงอาการดีใจกันสุดเหวี่ยง
นอกจากนั้นยังมีช็อตสำคัญในขณะที่ทีมกำลังนำ 2-1 ในช่วงท้ายเกม เมื่อผู้ตัดสินเป่าฟาล์วให้ทีมชาติไทย แต่บรรดาผู้เล่นและสตาฟฟ์โค้ชของอินโดนีเซียเข้าใจผิดคิดว่าเป่าจบเกม ทำให้ทุกคนวิ่งกรูกันลงไปในสนาม ทั้งที่ยังไม่หมดเวลา
จากจังหวะนี้เองที่กล้อง BENCH CAM จับได้ว่า รอมฎอน ซานันทา กองหน้าหมายเลข 9 ที่ยิงสองประตูในเกมนี้ และถูกเปลี่ยนตัวออกไปแล้ว วิ่งเข้าไปที่ซุ้มม้านั่งสำรองของทีมชาติไทยพร้อมธงชาติอินโดนีเซีย ซึ่งคาดว่าอาจเป็นชนวนสำคัญของเหตุวุ่นวายและความรุนแรงที่เกิดขึ้น
เมื่อผู้ตัดสินให้เล่นต่อในช่วงที่เหลือไม่กี่นาที ทีมชาติไทยได้ฟรีคิกนำมาซึ่งการยิงประตูตีเสมอ 2-2 แบบสุดดราม่าของ ยศกร บูรพา ในนาที 90+6 ยิ่งทำให้อารมณ์ในเกมคุกรุ่นมากขึ้น เนื่องจากสตาฟฟ์โค้ชและนักเตะช้างศึกวิ่งไปแสดงอาการดีใจคืน ทำให้มีเหตุปะทะกันในที่สุด
จากนั้นในช่วงต้นของการต่อเวลาพิเศษ อินโดนีเซีย มาได้ประตูนำอีกครั้ง 3-2 จึงเป็นที่มาของเหตุตะลุมบอนกันครั้งใหญ่ ปรากฏภาพสตาฟฟ์โค้ชช้างศึกสาวหมัดใส่ฝั่งอินโดนีเซีย จนกลายเป็นเหตุฉาวในประวัติศาสตร์ฟุตบอลชายซีเกมส์ สุดท้ายทัพการูด้าเอาชนะทีมชาติไทย 5-2 คว้าเหรียญทองไปครองได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จอีกครั้งในรอบ 32 ปี
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มีบทลงโทษสั่งแบนสตาฟฟ์โค้ชผู้ก่อเหตุ จำนวน 3 ราย ห้ามทำหน้าที่เป็นเวลา 1 ปี ส่วนนักเตะทั้งสองรายอย่าง โสภณวิชญ์ รักญาติ และ ธีรภักดิ์ เปรื่องนา ที่เข้าไปผสมโรง ถูกแบนห้ามลงเล่นในนามทีมชาติไทยทุดชุด เป็นเวลา 6 เดือน
ข่าว ฟุตบอลไทย อื่น ๆ