สมาคมฯ จะผลิตสัญญาณให้แต่ละสโมสรรับไปถ่ายทอดสดผ่านช่องทางของแต่ละทีมในฤดูกาล 2023/24 ขณะที่ VAR ยังมีเช่นเดิม
รีโว่ ไทยลีก 2023/24 จะเปิดฉากฟาดแข้งซีซั่นใหม่ในวันที่ 11 สิงหาคม 2566 ทว่ายังไม่มีบทสรุปที่แน่ชัดเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ซึ่งก่อนหน้านี้มีผู้ยื่นประมูลเข้ามาในมูลค่าเพียง 50 ล้านบาท ทำให้สโมสรสมาชิกในไทยลีก 1 เสนอแนวทางให้แยกไทยลีกออกจากการดูแลของสมาคมฯ เพื่อมาบริหารด้านสิทธิประโยชน์กันเอง
จากปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ออกจดหมายเชิญสโมสรสมาชิกในไทยลีก 1 เข้าร่วมประชุมเรื่องลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดในวันอังคารที่ 11 กรกฎาคม 2566 นำโดย พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เป็นประธานในการประชุมครั้งนี้ ร่วมด้วยผู้บริหารทีมในไทยลีก อาทิ เนวิน ชิดชอบ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด), นวลพรรณ ล่ำซำ (การท่าเรือ เอฟซี), ปวิณ ภิรมย์ภักดี (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด), รณฤทธิ์ ซื่อวาจา (เมืองทอง ยูไนเต็ด), ธนวัฒน์ นิติกาญจนา (ราชบุรี เอฟซี), มิตติ ติยะไพรัช (ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด), จีระศักดิ์ โจมทอง (ชลบุรี) ฯลฯ ร่วมประชุมด้วย
โดยมีสาระสำคัญจากการประชุม มีดังนี้
1.สมาคมฯ ยืนยันดำเนินการจัดการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพระดับ ไทยลีก 1 ไทยลีก 2 และ ไทยลีก 3 และฟุตบอลถ้วยตามโปรแกรมที่ได้กำหนดไว้โดย บริษัท ไทยลีก จำกัด
2.สมาคมฯ ยืนยันจะผลิตสัญญาณถ่ายทอดสด และใช้ VAR ในการตัดสินการแข่งขันระดับไทยลีก 1 ครบทุกคู่ สำหรับไทยลีก 2 ไทยลีก 3 และฟุตบอลถ้วย จะมีการถ่ายทอดสดตามเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ของผู้สนับสนุน
3.ในระหว่างที่ยังไม่มีผู้ถือสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขัน สมาคมฯ ยินดีมอบให้สโมสรไทยลีก 1 เป็นผู้นำสัญญาณไปถ่ายทอดในช่องทางของสโมสรหรือนำไปเผยแพร่เพื่อสร้างรายได้ในการสนับสนุนสโมสรตามเงื่อนไขที่สมาคมฯ กำหนด
4.สมาคมฯ เห็นด้วยในหลักการจัดตั้งองค์กรบริหารฟุตบอลไทยลีก 1 ซึ่งจำเป็นต้องทำการศึกษาเรื่องโครงสร้างการบริหาร ระเบียบ และข้อบังคับทางกฎหมาย ทั้งนี้ สมาคมฯ ขอให้สโมสรเข้ามานำเสนอแผนการดำเนินธุรกิจโดยละเอียดต่อไป
5.สมาคมฯ ขอเชื้อเชิญให้ผู้แทนของทั้ง 16 สโมสรเข้ามาร่วมเป็นกรรมการบริหาร บริษัท ไทยลีก จำกัด เพื่อร่วมตัดสินใจในการพัฒนาฟุตบอลลีกอาชีพร่วมกัน
6.สมาคมฯ จะดำเนินการมอบเงินสนับสนุนสโมสรฤดูกาล 2022/23 ที่ผ่านมา ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
7.ในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ สมาคมฯ ยังคงนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวดต่อเนื่องจากช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา
โดยหลังจากการประชุม นายกสมาคมฯ ได้กล่าวว่า “ด้วยระยะเวลาก่อนที่จะเปิดฤดูกาลแข่งขันใหม่นี้ ผมในฐานะนายกสมาคมฯ และผู้นำขององค์กรขอให้คำมั่นที่จะพาฟุตบอลไทยเดินหน้าในช่วงเวลาที่ท้าทาย ในวันนี้ ผมขอยืนยันว่าการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกจะดำเนินการแข่งขันตามกำหนด สมาคมจะรับผิดชอบในการผลิตสัญญาณถ่ายทอดสด โดยแฟนบอลจะได้รับชมการแข่งขันไทยลีกอย่างแน่นอน”
“สมาคมฯ ยืนยันที่จะให้การสนับสนุนการแข่งขันของสโมสรในลีกล่าง คือ ไทยลีก 2 ไทยลีก 3 ฟุตบอลลีกสมัครเล่น และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการแข่งขันอย่างเต็มที่ รวมถึงโครงสร้างโดยรวมของฟุตบอลไทยไปพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอลทีมชาติไทยชาย และหญิง ทุกรุ่นอายุ ,ฟุตบอลลีกเยาวชน , กิจกรรม grassroots, ฟุตซอล ,ฟุตบอลชายหาด, วิทยาศาสตร์การกีฬา รวมถึงการพัฒนาบุคลากรในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยต้องไม่ทอดทิ้งส่วนใด เพราะถือว่าเป็นรากฐานที่จำเป็นในการพัฒนาวงการฟุตบอลไทยอย่าง มั่นคง ยั่งยืน และถาวรต่อไปในอนาคต”
“สำหรับเรื่องการบริหารไทยลีก 1 โดย 16 สโมสรของลีกสูงสุด ทางสมาคมฯเห็นด้วยในหลักการ หากเป็นผลดีกับการพัฒนาวงการฟุตบอลไทย ซึ่งสโมสรสามารถเข้ามาร่วมเป็นกรรมการบริหารของ บริษัท ไทยลีก จำกัด เพื่อให้มีอำนาจบริหารกิจกรรมการแข่งขันได้ทันที ในระหว่างที่ทั้ง 16 สโมสรกำลังพิจารณาจัดตั้งโครงสร้างขององค์กรใหม่ที่ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับของสมาคมฯ และการกีฬาแห่งประเทศไทย”
ข่าว ฟุตบอลไทย อื่น ๆ