สมาคมฯเซ็น MOU ร่วมมือกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในการพัฒนาช้างศึกชุดเยาวชน พร้อมตั้งโค้ชชาวเซอร์เบียเป็นกุนซือ ตั้งเป้าไปลุยศึกฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์โลก U20 ในปี 2025

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สโมสรในศึกรีโว่ ไทยลีก จับมือร่วมกันพัฒนาฟุตบอลเยาวชนของทีมชาติไทย โดยเบื้องต้นแต่งตั้ง ชนน์ชนก ชิดชอบ เป็นผู้จัดการทีม และ มิลอส เวเลบิท (Milos Velebit) ชาวเซอร์เบีย เป็นเฮดโค้ช วางเป้าหมายไปลุยฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์โลก ในปี 2025

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย และ เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แถลงความร่วมมือในการร่วมกันพัฒนาฟุตบอลทีมชาติไทยชุดเยาวชน เพื่อต่อยอดสู่ระดับเอเชียในโปรเจ็คต์ New era changsuek U18 Road to top of Asia

โดยเบื้องต้นได้มีการแต่งตั้ง ชนน์ชนก ชิดชอบ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเยาวชนของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นผู้จัดการทีมชาติไทยชุดเยาวชน พร้อมด้วย มิลอส เวเลบิท กุนซือชาวเซอร์เบีย เป็นเฮดโค้ชทีมชาติไทยชุดเยาวชน นอกจากนั้นยังมีทีมงานสตาฟฟ์โค้ชและทีมสเกาท์จากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เข้ามาช่วยบริหารงานในทีมชาติไทยอีกด้วย

ขณะที่แผนการคัดเลือกนักกีฬาเยาวชน เนวิน ชิดชอบ เผยว่า วางแผนเตรียมเฟ้นหานักเตะเยาวชนที่เกิดในช่วง พ.ศ.2548-2549 เข้ามาสู่ทีม ซึ่งทุกคนที่ได้รับการคัดเลือกมานั้นทางบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด

ขั้นตอนการคัดเลือกนั้นจะคัดเลือกเยาวชน 200 คนในรอบแรก และรอบสองให้เหลือ 100 คน เพื่อที่จะนำไปฝึกเป็นเวลาสองสัปดาห์ จนคัดให้เหลือจำนวน 20 คน

รวมถึงจะมีเกณฑ์ในการประเมินนักกีฬาทุก ๆ 3 เดือน ถ้าหากไม่ผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้ จะคัดออก และเปิดโอกาสคัดนักเตะรายอื่นเข้าสู่ทีมตลอดเวลา นั่นหมายถึงโอกาสที่เปิดหว้างสำหรับนักเตะเยาวชนทั่วประเทศ ซึ่งการคัดตัวรอบแรกจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 20-25 ธันวาคม 2565 ที่แคมป์เก็บตัวในสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

“ผมเคยวิจารณ์การทำงานของ U17 ที่ไปติดทีมชาติแล้วได้ของแถมกลับไปที่สโมสร จนผมคิดว่าจะไม่ส่งเด็กไปร่วมทีมชาติเพราะไปแล้วเสียคน ผมได้รับเสียงหนึ่งจากแฟนบอลว่าจากนี้จะเป็นอย่างไร ผมจึงเสนอสมาคมว่าบุรีรัมย์จะเป็นเจ้าภาพจัดการทุกอย่าง, ค่าใช้จ่ายฝึกซ้อม, จ้างสตาฟฟ์โค้ช ค่าใช้จ่ายคัดเด็ก 1 รุ่นที่จะคัดในเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งจะทำไปจนถึงปี 2025 คัดเลือกเด็กที่เกิดในปี 2548-49 ไม่ใช่ทำแค่ U18 เท่านั้น” ส่วนหนึ่งในบทสัมภาษณ์ของ เนวิน ชิดชอบ

“ทุกคนที่ถูกคัดเลือกมา เราจะออกค่าใช้จ่าย, เรียนหนังสือที่บุรีรัมย์, ค่ากินอยู่ ฯลฯ มีหน้าที่เรียนหนังสือ ฝึกฟุตบอลเพื่อสร้างความสุขให้คนไทยในการแข่งขันรายการต่าง ๆ”

“ทุก 3 เดือนจะมีการประเมินเด็ก ซึ่งต้องผ่านเกณฑ์ ถ้าไม่ผ่าน จะคัดออก และจะมีการคัดเด็กเข้าไปเติมตลอดเวลา”

“มีเป้าหมายว่าในปี 2024 ที่จะมีการคัดเลือก AFC U19 เราจะต้องเข้ารอบ 8 ทีม คือเป็นท็อป 10 เอเชีย และไปฟุตบอลโลก U20 ปี 2025 มันยากกว่าทำทีมชาติชุดใหญ่”

ขณะที่ในส่วนของทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ที่คุมทัพโดย พิภพ อ่อนโม้ ยังคงดำเนินต่อไปตามคำยืนยันของ เนวิน ชิดชอบ เนื่องจากทีมชุดนี้มีโปรแกรมแข่งขันในศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย 2023 รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี รอบสุดท้าย ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 3-20 พฤษภาคม 2023

ข่าวฟุตบอลไทยอื่น ๆ