นายกสมยศ ไม่ติดขัดหากสโมสรสมาชิกไทยลีก ขอแยกตัวออกจากสมาคมฯ เพื่อไปบริหารจัดการกันเอง แต่โดยรวมยังต้องคำนึงถึงโครงสร้างฟุตบอลทีมชาติและลีกเป็นสิ่งสำคัญ

พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ยอมรับว่าพร้อมเปิดทางให้สโมสรสมาชิกไทยลีก 1 แยกออกจากสมาคมฯ เพื่อไปบริหารสิทธิประโยชน์กันเอง โดยเฉพาะเรื่องการสร้างมูลค่าจากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด แต่ทั้งหมดทั้งมวลต้องคำนึงถึงภาพรวมฟุตบอลทีมชาติและระบบฟุตบอลลีกเป็นสิ่งสำคัญ

ฟุตบอลไทยลีกกำลังเผชิญปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด โดยเฉพาะมูลค่าลิขสิทธิ์ที่ร่วงลงมาอย่างน่าใจหายเหลือ 50 ล้านบาท ทำให้ยังไม่มีหน่วยงานใดเป็นเจ้าของ ในขณะที่ศึกรีโว่ ไทยลีก กำลังจะเปิดฉากซีซั่นใหม่ในเดือนสิงหาคมนี้

มูลค่าดังกล่าวจะส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของไทยลีก และเงินสนับสนุนที่ต้องจ่ายให้สโมสรสมาชิกต่าง ๆ สำหรับเตรียมทีมในฤดูกาลหน้า นั่นทำให้สมาคมฯและไทยลีก ต้องเรียกสโมสรสมาชิกมาประชุมด่วน เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2566 เพื่อหาทางออกร่วมกัน

เนื้อหาสำคัญของการประชุมในวันนั้น คุณเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เสนอให้แยกไทยลีก ออกจาก สมาคมฯ เพื่อให้สโมสรสมาชิกทั้ง 16 ทีมในศึกรีโว่ ไทยลีก ร่วมกันบริหารค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดกันเอง ซึ่ง สมาคมฯ จะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมสภากรรมการอีกครั้ง ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2566

ขณะที่ พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ ยืนยันว่าพร้อมสนับสนุนแนวทางแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงใดๆ เพื่อนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่าในอนาคต ในการสร้างมูลค่าทางลิขสิทธิ์ให้กับฟุตบอลลีกอาชีพไทยลีก 1 และเพื่อให้วงการฟุตบอลไทยเดินหน้าต่อไปได้ ของสโมสรสมาชิก 16 ทีมจากไทยลีก 1 แต่ต้องเข้าใจและไม่ลืมว่าภารกิจและความรับผิดชอบของสมาคม ที่ต้องให้ความสำคัญกับฟุตบอลทีมชาติไทย ฟุตซอล ฟุตบอลชายหาด ทุกรุ่นอายุทั้งชายและหญิง ฟุตบอลลีกระดับล่าง และองคาพยพทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันฟุตบอล เพื่อเป็นการวางรากฐานในการพัฒนาฟุตบอลไทยอย่างเป็นระบบ มั่นคง ยั่งยืนและถาวร

“ต้องขอบคุณ สโมสรสมาชิก 16 สโมสร จากไทยลีก 1 และพร้อมให้การสนับสนุนแนวคิดและแนวทางการแก้ไขปัญหาของสโมสรสมาชิกอย่างเต็มกำลัง หากแนวความคิดนั้นจะสามารถช่วยให้ฟุตบอลไทยเดินหน้าต่อไปได้ทั้งระบบ โดยที่ไม่เกิดผลกระทบและขาดการสนับสนุนส่วนใดส่วนหนึ่ง อย่างครบถ้วนและเพียงพอ” บทสัมภาษณ์ของนายกสมยศบนเพจ FAIR

“สิ่งที่สำคัญยิ่งและต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ คือ เมื่อสโมสรสมาชิกไทยลีก 1 เสนอแนวทางที่จะนำการบริหารจัดการด้านสิทธิประโยชน์ หรือ การหาผู้สนับสนุนด้านลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดไปบริหารจัดการเอง เพื่อสร้างมูลค่าให้มากขึ้น และนำไปสู่แก้ไขปัญหานั้น หากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นแนวทางที่ดีและสามารถแก้ไขปัญหาให้วงการฟุตบอลไทย โดยไม่ได้ผิดข้อบังคับของสมาคมฯ หรือกฏหมายใดๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็ยินดีและพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่จะต้องนำเข้าไปหารือและพิจารณาในการประชุมสภากรรมการเสียก่อน เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของสมาคม และตามมติของที่ประชุมใหญ่”

“ด้วยประสบการณ์ที่บริหารงานองค์กรฟุตบอลมาหลายปีที่ผ่านมา ก็อยากฝากถึงสโมสรสมาชิกไทยลีก 1 หากสามารถดำเนินการตามแนวทางที่เสนอได้จริงแล้ว สิ่งสำคัญ คือต้องคำนึงถึงโครงสร้างโดยรวมของฟุตบอลไทยไปพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอลทีมชาติไทย, ฟุตบอลลีกอาชีพทั้งระบบ, ลีกเยาวชน, การพัฒนาผู้ตัดสิน, การอบรมผู้ฝึกสอนทุกระดับ และการพัฒนาฟุตบอลรากหญ้า Grassroots ฟุตซอล ฟุตบอลชายหาด วิทยาศาสตร์การกีฬา รวมถึงการพัฒนาบุคลากรในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพราะทุกอย่างล้วนมีความสำคัญ และจะหยุดพัฒนาหรือทอดทิ้งไม่ได้ เพราะในที่สุดการแข่งขันของไทยลีก 1 ก็ต้องใช้บุคลากร และนักฟุตบอลจากโครงสร้างนี้เช่นเดียวกัน”

ข่าว ฟุตบอลไทย อื่น ๆ