สำหรับการแข่งขันศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ วันที่ 11 มีคู่แข่งขันทั้งหมด 4 คู่ เช่นเคย โดยเป็นการแข่งขันนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มในแต่ละคู่ มีดังนี้ คู่แรก ทีมชาติตูนิเซีย พบ ทีมชาติฝรั่งเศส คู่ที่ 2 ทีมชาติออสเตรเลีย พบ ทีมชาติเดนมาร์ก คู่ที่ 3 ทีมชาติโปแลนด์ พบ ทีมชาติอาร์เจนตินา และคู่สุดท้ายระหว่าง ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย พบ ทีมชาติเม็กซิโก ซึ่งบทความนี้พวกเรา EkingsNews ได้ทำการรวบรวมผลการแข่งขัน และประเด็นที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นมาไว้ที่นี่หมดแล้ว
สำหรับการแข่งขันในวันที่ 11 คู่แรก ตูนิเซีย เพิ่งพ่ายแพ้ให้กับ ออสเตรเลีย ในนัดล่าสุด มาแบบไม่น่าให้อภัย ทั้งที่ทีมเป็นต่อกว่ามาก อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องของการจบสกอร์ยังคงเป็นปัญหาที่พวกเขาแก้ไม่ตก หลังยังทำประตูไม่ได้เลยแม้แต่ประตูเดียวในศึกฟุตบอลโลก 2022 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเจอกับคู่แข่งสุดหินอย่าง ทัพตราไก่ ที่ช่วงโมงนี้กำลังติดลมบน อย่างไรก็ตามมีจุดที่น่าสนใจในเกมนี้ คือ ด้วยความที่ ฝรั่งเศส เข้ารอบไปแล้ว กอปรกับความต้องการคว้า 3 แต้ม ของ ทัพอินทรีแห่งคาร์เธจ ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงยากเกินจะคาดเดา เนื่องจาก แชมป์เก่า อาจส่งตัวสำรองลง เพื่อลองทีม หรือลองวิธีการเล่นใหม่ๆ เสียมากกว่า
ส่วนคู่ที่ 2 ออสเตรเลีย เพิ่งพ้นขึ้นมาจากน้ำ ด้วยการเฉือนเอาชนะ ตูนิเซีย มาได้ในนัดก่อน ส่งผลให้ปัจจุบันพวกเขายังคงรั้งอยู่อันดับที่ 2 ของตารางคะแนนกลุ่ม D มีอยู่ 3 แต้ม ทว่าคู่แข่งของ พลพรรคซอคเกอร์รูส์ ในวันนี้ เป็นถึง ทีมชาติเดนมาร์ก ที่กำลังต้องการแต้มเป็นอย่างมาก และต้องชนะสถานเดียวเพื่อการันตีเข้าสู่รอบต่อไป ดังนั้นรูปเกมที่ออกมาคาดว่าน่าจะสูสี และเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนอย่างแน่นอน
ถัดมาในคู่ที่ 3 เป็นคิวของ โปแลนด์ ที่ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเพิ่งฟื้นกลับมาจากความตาย ด้วยการเอาชนะ ซาอุดิอาระเบีย ไปได้ด้วยสกอร์ 2-0 แต่เมื่อคู่แข่งที่ต้องเผชิญ คือ อาร์เจนตินา ที่มี ลิโอเนล เมสซี นำทัพ และต้องการ 3 คะแนนเท่านั้น เพื่อตีตั๋วเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย พวกเราจึงเชื่อเป็นอย่างมากว่า ชาติตัวแทนจากยุโรป คงต้องจอดป้ายแต่เพียงเท่านี้ และเป็นทางด้าน ทัพฟ้าขาว ที่ได้ไปต่อ
มาถึงคู่สุดท้ายเป็นการลงฟาดแข้งกันของ ซาอุดิอาระเบีย และ เม็กซิโก โดยทั้ง 2 ทีมเพิ่งปราชัยต่อคู่แข่งมาด้วยสกอร์เดียวกัน 2-0 อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่า ทัพเหยี่ยวเขียว จะดูเป็นต่อกว่าในเรื่องของคะแนนสะสม แต่ ทัพจังโก้ ก็ต้องการ 3 แต้มเช่นกัน และต้องลุ้นให้ โปแลนด์ แพ้ อาร์เจนตินา เพื่อเข้ารอบ หากพิจารณาถึงความเป็นไปได้แล้ว ชาติตัวแทนจากตะวันออกกลาง น่าจะมีโอกาสเข้ารอบได้มากกว่าก็จริง แต่ต้องอย่าลืมว่า เม็กซิโก เป็นทีมจอมเซอร์ไพรส์ และ ซาอุดิอาระเบีย ไม่น่าจะหักปากกาเซียนชนะทีมที่มีชื่อชั้นดีกว่าได้บ่อยครั้ง ดังนั้นขอฟันธงว่า ชาติจากทวีปอเมริกาเหนือ จะคว้าชัยในเกมนี้มาครอง
ตูนิเซีย 1-0 ฝรั่งเศส
Tunisia defeat France but the holders finish top of Group D ?#FIFAWorldCup | @adidasfootball
— FIFA World Cup (@FIFAWorldCup) November 30, 2022
ตูนิเซีย โชว์ฟอร์มแกร่งด้วยการเชือด ฝรั่งเศส ไปแบบนิ่มๆ 1-0 ทว่าน่าเสียดายที่ 3 แต้มของพวกเขายังไม่เพียงพอต่อการเข้าสู่รอบต่อไป และต้องจบเส้นทางฟุตบอลโลก 2022 แต่เพียงเท่านี้
ภาพรวมของเกมในวันนี้เป็นทาง อินทรีแห่งคาร์เธจ ที่เล่นได้เหนือกว่ามากในช่วงครึ่งเวลาแรก เนื่องจาก ทัพตราไก่ ส่งตัวสำรองลงสนามแทบยกชุด ส่งผลให้พวกเขาเล่นไม่เข้าขากัน และดูงงๆ กับแผนการเล่น จน ตูนิเซีย เกือบใส่สกอร์ได้หลายครั้ง และเมื่อการแข่งขันเริ่มเข้าสู่ช่วง 70 นาทีที่ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ตัดสินใจเปลี่ยนผู้เล่นตัวหลักลงมาแทน ยิ่งตอกย้ำเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจนว่า รูปเกมเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นจากหน้ามือเป็นหลังมือ แตกต่างจากช่วง 45 นาทีแรก และต้นครึ่งหลังโดยสิ้นเชิง
ครึ่งแรก
การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นได้เพียงแค่ 8 นาที ตูนิเซีย เกือบได้ประตูขึ้นนำ จากลูกยิงของ นาเดอร์ กันดรี ทว่าล้ำหน้าไปเสียก่อน
นาทีที่ 28 วัจดี เคชริดา ได้รับใบเหลือง จากจังหวะเสียบสกัดใส่ เอดูอาร์โด้ คามาวินก้า
หมดเวลาการแข่งขันในช่วงครึ่งเวลาแรก ตูนิเซีย กับ ฝรั่งเศส เสมอกันอยู่ที่ 0-0
ครึ่งหลัง
นาทีที่ 58 ตูนิเซีย ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากลูกยิงของ วะห์บี คัซรี
นาทีที่ 90+8 ฝรั่งเศส เกือบได้ประตูตีเสมอ จาก อองตวน กรีซมันน์ ทว่าผู้ตัดสินเช็ค VAR และให้เป็นลูกล้ำหน้า
จบการแข่งขัน ตูนิเซีย เฉือนเอาชนะ ฝรั่งเศส ไปได้ด้วยสกอร์ 1-0
ประเด็นที่น่าสนใจ
Tunisia are going home, but they ended France’s six-game World Cup winning streak on the way.
— B/R Football (@brfootball) November 30, 2022
Respect. ??? pic.twitter.com/aXjS8wnp3y
- เกมในวันนี้ 11 ผู้เล่นตัวจริงของ ฝรั่งเศส ใช้ตัวสำรองออกสตาร์ทถึง 9 คน มีเพียง ราฟาแอล วาราน, อิบราฮิมา โกนาเต้ และ ออเรเลียง ชูอาเมนี 3 คนเท่านั้นที่เป็นผู้เล่นแกนหลัก
- ตัวสำรองของ ฝรั่งเศส พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พวกเขาไม่สามารถทดแทนผู้เล่นตัวจริงได้เลย เนื่องจากในช่วงครึ่งเวลาหลังที่ตัวหลักถูกส่งลงมาแทน รูปเกมเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือแบบทันตาเห็น
- ลูกยิงวินาทีสุดท้ายของ อองตวน กรีซมันน์ ดราม่าสุดๆ หลังยิงเข้าไปแล้ว ทว่ามีสัญญาณถูกส่งมาจากห้อง VAR และเมื่อผู้ตัดสินไปวิ่งดูจอจึงตัดสินให้เป็นลูกล้ำหน้า
- นี่เป็นความพ่ายแพ้หนแรกในศึกฟุตบอลโลก 2022 ของ ฝรั่งเศส
- ไม่น่าเชื่อว่า ตูนิเซีย จะเบิกประตูแรกในศึกฟุตบอลโลก 2022 ด้วยการยิงใส่ ฝรั่งเศส และยังเป็นประตูชัยอีกด้วย
- วะห์บี คัซรี ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลอันดับ 2 ของ ตูนิเซีย บวกสถิติการทำประตูเพิ่มเป็น 25 ลูก
- ตูนิเซีย ชนะ ฝรั่งเศส ครั้งสุดท้ายต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 1971 (51 ปี)
- ฝรั่งเศส เป็นชาติแรกในศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่เข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม ด้วยความพ่ายแพ้
- ถึงแม้ว่า ตูนิเซีย จะต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านไป แต่พวกเขาเพิ่งทำแสบด้วยการหยุดสถิติชนะในศึกฟุตบอลโลก 6 นัดติดต่อกัน ของ ฝรั่งเศส ลง
ออสเตรเลีย 1-0 เดนมาร์ก
Australia are through to the Round of 16! ?? #FIFAWorldCup | @adidasfootball
— FIFA World Cup (@FIFAWorldCup) November 30, 2022
ออสเตรเลีย โชว์ฟอร์มแกร่ง พร้อมคว้า 3 แต้มสุดสำคัญมาได้อีกครั้ง ด้วยการเฉือนเอาชนะ เดนมาร์ก ไปได้ 1-0 พร้อมตีตั๋วเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะรองแชมป์กลุ่ม D
ถึงแม้ว่ารูปเกมที่ออกมาเป็นทางฝั่ง ทัพโคนม ที่ได้ครองเกมเป็นส่วนใหญ่ แต่ปัญหาการจบสกอร์ และการจ่ายบอลที่ขาดๆ เกินๆ คือ ปัญหาหลัก ที่ทำให้เขาไม่สามารถคว้าชัยในเกมนี้มาได้ ผิดกับทาง ซอคเกอร์รูส์ ที่ไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป และประตูโทนของ แม็ทธิว เล็คกี้ ก็เพียงพอต่อการส่ง ชาติจากทวีปโอเชียเนีย เข้าสู่รอบต่อไป
ครึ่งแรก
เกมเริ่มต้นขึ้นได้เพียงแค่ 4 นาที อาซิซ เบฮิช ได้รับใบเหลือง จากจังหวะที่ไปดึง อันเดรียส สคอฟ โอลเซน แบบกัดไม่ปล่อย
หมดเวลาการแข่งขันในช่วงครึ่งเวลาแรก ออสเตรเลีย กับ เดนมาร์ก ทำอะไรกันไม่ได้ สกอร์อยู่ที่ 0-0
ครึ่งหลัง
นาทีที่ 57 มิลอส เดเกเนค ได้รับใบเหลืองจากจังหวะที่เขาไปดึงผู้เล่นเดนมาร์ก
นาทีที่ 60 ออสเตรเลีย ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากลูกหลุดโซโล่เข้าไปยิงของ แม็ทธิว เล็คกี้
นาทีที่ 75 โรเบิร์ต สคอฟ ได้รับใบเหลือง จากจังหวะที่ไปดึง คีอานู แบคคัส
จบการแข่งขัน ออสเตรเลีย เฉือนเอาชนะ เดนมาร์ก ไปด้วยสกอร์ 1-0
ประเด็นที่น่าสนใจ
MATHEW LECKIE HAS AUSTRALIA ON THE BRINK OF THE KNOCKOUTS ?? pic.twitter.com/dj1GbWRtHP
— B/R Football (@brfootball) November 30, 2022
- เดนมาร์ก ไม่ได้เล่นเหนือกว่า ออสเตรเลีย เลยแม้แต่นิดเดียว
- เดนมาร์ก ไม่สามารถเก็บชัยในศึกฟุตบอลโลก 2022 ได้เลยแม้แต่นัดเดียว
- ยุสซุฟ โพลเซน กองหน้าแอร์เบ ไลป์ซิก ของ เดนมาร์ก ไม่ได้รับโอกาสลงสัมผัสเกมในศึกฟุตบอลโลก 2022 เลยแม้แต่วินาทีเดียว ทั้งที่ เดนมาร์ก ต้องการประตู และความเฉียบคมในการจบสกอร์ทั้ง 3 เกม
- ออสเตรเลีย เข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ ด้วยการจบอันดับในฐานะรองแชมป์กลุ่ม D
- ออสเตรเลีย เข้าสู่รอบฟุตบอลโลก 16 ทีมสุดท้าย ครั้งล่าสุดต้องย้อนกลับไปปี 2006 โดยพวกเขาปราชัยต่อ อิตาลี 1-0
โปแลนด์ 0-2 อาร์เจนตินา
Argentina turn on the style to finish top of Group C!@adidasfootball | #FIFAWorldCup
— FIFA World Cup (@FIFAWorldCup) November 30, 2022
โปแลนด์ ต้านความแข็งแกร่งของ อาร์เจนตินา ไม่ไหวส่งผลให้พ่ายไปด้วยสกอร์ 0-2 ทว่าพวกเขายังสามารถเข้าสู่รอบต่อไปได้ด้วยคะแนนที่เท่ากับ เม็กซิโก ทว่าได้รับใบเหลืองน้อยกว่า
เกมในวันนี้ ทัพฟ้าขาว เป็นทีมที่ได้กระหน่ำบุกอยู่ฝ่ายเดียว จน โปแลนด์ โงหัวไม่ขึ้น ได้ขึงไล่บด ไล่บี้ จนได้รับชัยชนะ และผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่ม C
ครึ่งแรก
นาทีที่ 37 ผู้ตัดสินวิ่งไปเช็ค VAR และให้ อาร์เจนตินา ได้จุดโทษ จากจังหวะที่ วอยเชียค เชสนี เคลียร์บอลไม่ดี และไปโดนศีรษะของ ลิโอเนล เมสซี แทน
นาทีที่ 38 อาร์เจนตินา พลาดโอกาสขึ้นนำ หลัง ลิโอเนล เมสซี ยิงจุดโทษไปติดเซฟ วอยเชียค เชสนี
หมดเวลาการแข่งขันในช่วงครึ่งเวลาแรก โปแลนด์ เสมอกับ อาร์เจนตินา 0-0
ครึ่งหลัง
การแข่งขันในช่วงครึ่งหลังเริ่มต้นได้เพียงแค่นาทีเดียว อาร์เจนตินา ขึ้นนำ 1-0 จากประตูของ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ในนาทีที่ 47
นาทีที่ 49 มาร์กอส อคุนญา ได้รับใบเหลือง จากจังหวะเข้าสกัดหนักใส่ มิชาล สโคราส
นาทีที่ 68 อาร์เจนตินา หนีห่างออกไปเป็น 2-0 จากลูกยิงของ ฮูเลียน อัลวาเรซ
นาทีที่ 78 เกอร์เซกอร์ซ ควีโชเวียค ได้รับใบเหลือง จากจังหวะเข้าสกัดใส่ อเล็กซิส แม็ค อัลลิส
หมดเวลาการแข่งขัน โปแลนด์ พ่ายให้กับ อาร์เจนตินา ไปด้วยสกอร์ 0-2
ประเด็นที่น่าสนใจ
- ฟอร์มการเล่นของ โรดริโก้ เด ปอล เข้าขั้นย่ำแย่จนน่าใจหาย เนื่องจากในทัวร์นาเมนต์ โคปา อเมริกา 2021 ชุดคว้าแชมป์เจ้าตัวเป็นแกนหลักในทีมชุดนั้น และทำผลงานได้น่าประทับใจมาโดยตลอด
- ลิโอเนล เมสซี เป็นนักเตะคนที่ 4 ในทัวร์นาเมนต์ที่ยิงจุดโทษไม่เข้า
- ครึ่งแรก โปแลนด์ สร้างโอกาสจบสกอร์ไม่ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว (สร้างโอกาส 0 ยิงเข้ากรอบ 0 และยิงออกนอกกรอบ 0) กลับกัน อาร์เจนตินา ที่ยิงเข้ากรอบได้ถึง 9 ครั้ง ไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นให้เป็นสกอร์ได้เช่นกัน
- โปแลนด์ จบการแข่งขันด้วยการยิงเข้ากรอบ 0 ครั้ง
- อาร์เจนตินา เข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ในฐานะแชมป์กลุ่ม C ทำให้นัดต่อไปพวกเขาต้องไปพบกับ ออสเตรเลีย
- โปแลนด์ เข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ในฐานะรองแชมป์กลุ่ม C ทำให้นัดต่อไปพวกเขาต้องไปพบกับ ฝรั่งเศส
ซาอุดิอาระเบีย 1-2 เม็กซิโก
Mexico win but it is not quite enough! @adidasfootball | #FIFAWorldCup
— FIFA World Cup (@FIFAWorldCup) November 30, 2022
ซาอุดิอาระเบีย ฟอร์มบู่พ่ายให้กับ เม็กซิโก 1-2 โดยผลการแข่งขันที่ออกมาในลักษณะเช่นนี้ ส่งผลให้ทั้ง 2 ทีม พากันแยกย้ายกลับบ้าน
ภาพรวมของการแข่งขันที่ออกมาในวันนี้ทางฝั่ง ทัพเหยี่ยวเขียว วางหมากมาเล่นแบบเพลย์เซฟ เน้นรับแบบเต็มสูบเพื่อรอโอกาสสวนกลับ ไม่ติดประมาทเหมือนนัดที่พบกับ โปแลนด์ ในขณะเดียวกันถึงแม้ว่า ทัพจังโก้ จะเป็นฝ่ายเปิดเกมรุกโถมเข้าใส่ ซาอุดิอาระเบีย แบบลืมตาย และคว้า 3 แต้มที่ต้องการมาได้ แต่ไม่เพียงพอต่อการทะลุเข้าสู่รอบต่อไป เนื่องจากประตูได้เสียที่น้อยกว่า โปแลนด์
ครึ่งแรก
นาทีที่ 16 เอ็ดซอน อัลวาเรซ ได้รับใบเหลือง จากจังหวะวิ่งดับเครื่องชนใส่ ฮัสซัน ตัมบัคตี
นาทีที่ 28 ซาเลห์ อัล-เชห์รี ได้รับใบเหลือง
นาทีที่ 34 อาลี อัล-ฮัสซัน ได้รับใบเหลือง จากจังหวะที่มีมือไปโดนที่ใบหน้าของ หลุยส์ ชาเวซ
หมดเวลาการแข่งขันในช่วงครึ่งเวลาแรก ซาอุดิอาระเบีย ยังเสมอกับ เม็กซิโก อยู่ที่ 0-0
ครึ่งหลัง
นาทีที่ 48 เม็กซิโก ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากลูกยิงระยะเผาขนของ เฮนรี มาร์ติน
นาทีที่ 52 ฮัสซัน ตัมบัคตี ได้รับใบเหลือง จากจังหวะไปดึงเสื้อของผู้เล่นเม็กซิโก
ในนาทีเดียวกัน เม็กซิโก หนีห่างออกไปเป็น 2-0 จากลูกฟรีคิกสุดสวยของ หลุยส์ ชาเวซ
นาทีที่ 81 อับดุลลาห์ มาดู ได้รับใบเหลือง
นาทีที่ 90 เม็กซิโก เกือบได้ประตูที่ 3 หลังจากที่ อูเรียล อันตูนา ได้ยิงเข้าไปโล่งๆ ทว่าล้ำหน้าไปเสียก่อน
นาทีที่ 90+1 อับดูเลลาห์ อัล-อัมรี ได้รับใบเหลือง
นาทีที่ 90+5 ซาอุดิอาระเบีย ตีตื้นขึ้นมาเป็น 1-2 จากการทำประตูของ นาสเซอร์ อัล-เดาซารี
นาทีที่ 90+7 ฮัตตาน บาฮิบริ ได้รับใบเหลือง
จบการแข่งขัน ซาอุดิอาระเบีย พ่าย เม็กซิโก ไปด้วยสกอร์ 1-2
ประเด็นที่น่าสนใจ
MEXICO ARE ELIMINATED IN THE WORLD CUP GROUP STAGE FOR THE FIRST TIME IN 44 YEARS ? pic.twitter.com/SDPnR9YOuK
— ESPN FC (@ESPNFC) November 30, 2022
- ก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น สถิติการพบกันของคู่นี้ ซาอุดิอาระเบีย เป็นรองกว่าอย่างเห็นได้ชัด โดยทั้งคู่เคยพบกันมา 5 ครั้ง เป็นทางฝั่ง เม็กซิโก ชนะไปได้ถึง 4 และเสมอกันอีก 1 ครั้ง
- ซาอุดิอาระเบีย ยังคงไม่สามารถเอาชนะ เม็กซิโก ได้
- การแข่งขันในช่วงครึ่งเวลาแรกของศึกฟุตบอลโลก 2022 วันที่ 11 ทั้ง 4 คู่ จบลงด้วยผลเสมอ 0-0 ทั้งหมด และมีสกอร์ในช่วงครึ่งเวลาหลังทุกคู่
- ลูกที่ เม็กซิโก เสียประตู เกิดจากความผิดพลาดของแนวรับ แบบไม่น่าให้อภัย
- เม็กซิโก ตกรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก ในรอบ 44 ปี
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ