หาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปรียบเสมือนมนุษย์คนนึง ต้องบอกว่าพวกเขากำลังเข้า “เบญจเพศ” เพราะช่วงนี้เจอปัญหารุมเร้ามากมาย

นับตั้งแต่ ฟีฟ่า เดย์ ที่ยุโรป เมื่อเดือน ตุลาคม 2023 ปรากฎว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีเรื่องให้ต้องปวดหัวมากมาย

1.ไทยลีกเสมอรวด ไม่ชนะใคร

ในขณะที่ทีมต้องการลุ้นแชมป์ แต่ผลงานในลีกกลับไม่ชนะใครเลย โดยเสมอรวด 3 นัด กับ เชียงราย, บีจี ปทุม ยูไนเต็ด และราชบุรี ในสกอร์เดียวกัน 0-0 ทำให้แทนที่จะทำอันดับขึ้นไป กลับต้องรั้งที่ 4 ตามหลังจ่าฝูง ทรู แบงค็อกฯ 6 คะแนน

ไม่เพียงเท่านั้น อาเธอร์ ปาปาส กุนซือของทีมดูจะงงๆ กับการวางแท็คติก เพราะอย่างเกมกับ ราชบุรี เอาแบ็กซ้ายไปเล่นแบ็กขวา และเอาแบ็กขวาไปเล่นแบ็กซ้าย มั่วตั้วไปหมด ทำให้แฟนบอลเริ่มไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ และนั่นทำให้ ปาปาส อยู่ยาก เช่นเดียวกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ว่าจะอดทนกับ ปาปาส ไปได้นานแค่ไหน

2.ACL อาจไม่ได้เข้ารอบ

บุรีรัมย์ มีผู้เล่นที่สดและพร้อมเป็นอย่างมากสำหรับ ACL เพราะผู้เล่นได้พักเต็มๆ ในช่วง ฟีฟ่า เดย์ แต่ผลงานกลับตรงกันข้าม เพราะแพ้คาบ้านต่อ เมลเบิร์น ซิตี้ 0-2 แต่ยังดีที่บุกชนะคืนได้ 1-0 ทว่าเกมล่าสุดกลับบุกแพ้ เจ้อเจียง 2-3 ทั้งที่ยิงนำไปก่อน

เกมกับ เจ้อเจียง ถือว่า บุรีรัมย์ พลาดเต็มๆ เพราะอีกคู่ เวนต์โฟเร็ท โคฟุ กับ เมลเบิร์น จบด้วยผลเสมอ ทำให้ บุรีรัมย์ ถือไพ่เหนือกว่า เพราะหากชนะ เจ้อเจียง จะขึ้นเป็นจ่าฝูงทันที แต่สุดท้ายพวกเขากลับต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้

ทำให้นัดสุดท้าย บุรีรัมย์ เปิดบ้านพบ โคฟุ จำเป็นต้องชนะสถานเดียวเท่านั้น และต้องลุ้นให้ เจ้อเจียง ชนะ เมลเบิร์น ด้วย หากไม่เป็นตามนี้ เท่ากับว่า บุรีรัมย์ ตกรอบ

3.มีเหตุวิวาทกับเจ้อเจียง

หลังจบเกมกับ เจ้อเจียง มีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้น ซึ่งนักเตะ เจ้อเจียง รุมเข้าทำร้ายนักเตะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แบบหมาหมู่ ไม่สนลูกใครเป็นลูกใคร ทั้งที่ในเกมนักเตะ เจ้อเจียง เล่นแรงและได้ประโยชน์จากการตัดสินของกรรมการหลายครั้ง

อย่างไรก็ตามแม้ บุรีรัมย์ จะถูกกระทำซะมากกว่า แต่คนภายนอกมองแบบเหมารวมว่าทั้ง 2 ทีม มีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน ซึ่งนั่นทำให้ภาพลักษณ์ของ บุรีรัมย์ ดูย่ำแย่ไม่น้อย