อาร์เจนตินา เป็นชาติตัวแทนจากทวีปอเมริกาใต้ ที่เคยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาแล้ว 2 สมัย ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในทีมเต็งแชมป์ที่จะเข้ามาขับเคี่ยว พร้อมเขย่าบัลลังก์แชมป์เก่าอย่าง ทีมชาติฝรั่งเศส และคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง ทีมชาติบราซิล ได้อย่างสนุกสนานในปีนี้ ด้วยสภาพความพร้อมทั้งทางร่างกาย และจิตใจของเหล่าแข้งที่ยกขบวนกันมาแบบจัดหนักจัดเต็ม ผู้จัดการทีมไฟแรงที่รู้ใจนักเตะเป็นอย่างดี กอปรกับความมั่นใจเกินร้อย ที่พวกเขาเพิ่งเถลิงแชมป์ โคปา อเมริกา ปีล่าสุด มาได้หมาดๆ ทำให้ ทัพฟ้าขาวเป็นอีกหนึ่งในทีมที่น่าเกรงขามที่สุด ณ เวลานี้
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงฟุตบอลโลกปี 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ทีมชาติอาร์เจนตินา ภายใต้การนำทัพของ ฮอร์เก้ ซามเปาลี ต้องจอดป้ายอยู่เพียงแค่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเท่านั้น หลังจากที่พวกเขาเจอของแข็งอย่าง ทีมตราไก่ ที่ขนผู้เล่นมาแบบเต็มอัตราศึกครบทุกตำแหน่ง ทว่าต้องยอมรับในเรื่องหัวจิตหัวใจของทั้ง 2 ทีมที่เกมในวันนั้น พวกเขาเข้าห้ำหั่นกันได้อย่างดุเด็ดเผ็ดมัน ก่อนที่ ตัวแทนจากอเมริกาใต้ จะเสียท่าให้กับ แชมป์ในปีนั้น ไปด้วยสกอร์ที่ยิงกันอย่างถล่มทลาย 4-3 และตกรอบไปในที่สุด
ผลงานจากศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ ก่อนจะมาเป็น 32 ทีมสุดท้าย ของ ทัพฟ้าขาว ภายใต้การกุมบังเหียนของ ลิโอเนล สคาโลนี จบลงอย่างสวยงาม ด้วยการคว้าอันดับ 2 ของกลุ่ม และไม่แพ้ใครเลย โดยพวกเขาลงแข่งขันทั้งหมด 17 นัด ชนะ 11 เสมอ 6 นอกจากนี้ ทีมชาติอาร์เจนตินา ยังโชว์ความเป็นยอดทีมอย่างต่อเนื่องด้วยการคว่ำ ทีมชาติอิตาลี 3-0 ในศึกฟุตบอลรายการ ไฟนอลลิสซิมา ปี 2022 ซึ่งเป็นการนำเอา แชมป์โคปา อเมริกา มาชนกับ แชมป์ยูโร ที่ไม่ได้จัดขึ้นมาเป็นระยะเวลานานตั้งแต่ปี 1993 จนถึงตอนนี้ พวกเขายังคงครองสถิติไร้พ่ายอยู่ที่ 35 นัดติดต่อกัน ซึ่งถ้าหาก ทีมของสคาโลนี ไม่ปราชัยให้กับใครอีก 3 นัด พวกเขาจะทำลายสถิติของ ทัพอัซซูรี ที่ทำไว้สูงสุดตลอดกาลถึง 37 นัด
ดาวเด่น : เลาตาโร มาร์ติเนซ
⚽️ Messi and Lautaro stats this season before the World Cup 2022:
— Sholy Nation Sports (@Sholynationsp) November 16, 2022
?? Lionel Messi for PSG:
▪️ 19 games, 12 goals and 14 assists
?? Lautaro Martínez for Inter:
▪️ 21 games, 8 goals and 6 assists
Time to enjoy the Goat & the Bull. ?? pic.twitter.com/rIYGrZLz61
หัวหอกชาวอาร์เจนไตน์เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับสโมสรในลีกบ้านเกิดอย่าง ราซิ่ง คลับ โดยเขามีจุดเด่นในเรื่องของทักษะการยิงประตูได้ทั้งใน และนอกกรอบเขตโทษอย่างรุนแรง แม่นยำ รวมไปถึงการแต่งบอลเพื่อหาจังหวะจบสกอร์ได้บ่อยครั้ง โดยเจ้าตัวฝากผลงานไว้กับต้นสังกัดแห่งอาร์เจนตินา ไว้ด้วยการลงเล่นในลีก 48 นัด ซัดไป 22 ประตู ก่อนจะออกเดินทางตามหาความท้าทายครั้งใหม่ เพื่อความก้าวหน้า และขึ้นสู่การเป็นยอดดาวยิงด้วยการโยกไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน ในศึก กัลโช เซเรีย อา อิตาลี
ทันทีที่ มาร์ติเนซ ย้ายมาร่วม ทัพงูใหญ่ เขาก้าวขึ้นสู่การเป็นกองหน้าระดับท็อปของโลกได้ด้วยระยะเวลาอันสั้น ความเก่งกาจของเจ้าตัวฉายแววตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ลงเล่นในถิ่น ซาน ซิโร่ และได้รับความสนใจจากบิ๊กทีมทั่วยุโรป โดยซูเปอร์สตาร์วัย 25 ปี ลงเล่นเกมลีกให้กับ ทีมเนรัซซูรี ไปแล้วทั้งสิ้น 150 เกม ถล่มไป 65 ประตู อีกทั้ง ผลงานการลงสนามให้กับ ทัพฟ้าขาว 40 นัด ซัดไปแล้ว 21 ประตู ทำให้เจ้าตัวเป็นอีกหนึ่งความหวังที่ต้องรับหน้าที่เป็นเครื่องจักรผลิตสกอร์เพื่อแบ่งเบาภาระ ลิโอเนล เมสซี สำหรับศึกฟุตบอลโลกในครั้งนี้
กัปตันทีม : ลิโอเนล เมสซี
Lionel Messi is from another world ? pic.twitter.com/0EylgWza7b
— GOAL (@goal) November 15, 2022
เมสซี คือ กัปตันทีมที่เหล่าแข้งฟ้าขาวให้ความเคารพอย่างสูง สังเกตได้จากการที่ผู้เล่นทุกคนเล่นถวายหัวเพื่อเขาอย่างเต็มที่ ออกมาปกป้อง ชื่นชมเสมอเมื่อให้สัมภาษณ์กับสื่อ และเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ไม่บ่อยนักที่ กองหน้ารายนี้ จะมีปัญหากับเพื่อนร่วมทีมชาติ รวมถึงการมีภาวะความเป็นผู้นำสูง ความมีอิทธิพล และเป็นที่รักในห้องแต่งตัว ด้วยสิ่งเหล่านี้ส่งผลให้ผู้จัดการทีมฟ้าขาวทุกรายวางใจให้ หัวหอกตัวเก๋า สวมปลอกแขนกัปตันทีมเสมอมา นับตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาได้รับหน้าที่นี้ เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2011
นอกจากนี้ กัปตันทัพฟ้าขาว ยังเป็นนักเตะที่ลงสนามให้กับ ทีมชาติอาร์เจนตินา มากที่สุดตลอดกาลด้วยจำนวน 164 เกม ทิ้งห่าง ฮาเวียร์ มาสเคราโน อันดับ 2 ที่ 17 เกม ซึ่งในปีนี้เจ้าตัวเพิ่งออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า นี่จะเป็นบอลโลกครั้งสุดท้ายของเขา หรืออาจตีความได้ว่า นี่คือครั้งสุดท้ายที่เขามีสิทธิ์นำถ้วย ฟีฟ่า เวิดล์ คัพ มาสู่บ้านเกิด ไม่มีอีกแล้วโอกาสในครั้งต่อไป อย่างไรก็ตาม ถ้าหาก ชาติตัวแทนจากโซนอเมริกาใต้ทีมนี้ ปิดม่านการแข่งขันลงด้วยภาพการฉลองชัยคว้าโทรฟีที่ห่างหายไปนานนับตั้งแต่ สมัยที่ ดิเอโก้ มาราโดนา ชูเป็นครั้งสุดท้าย ณ สนาม เอสตาดิโอ อัซเตกา ที่เม็กซิโก กลับมาครองได้สำเร็จ คงจะเป็นภาพแห่งประวัติศาสตร์ที่ถูกเล่าขานไปอีกนานแสนนานของ ลิโอเนล เมสซี และถือเป็นการจบเส้นทางค้าแข้งในนามทีมชาติ ตลอดระยะเวลา 17 ปี ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ดาวรุ่ง : ฆูเลียน อัลบาเรซ
time flies ?? pic.twitter.com/IgzfXchUr3
— Álvarez¹⁹ (@19Alvarez_) November 11, 2022
ฆูเลียน อัลบาเรซ เป็นเด็กฝึกจาก สโมสรริเวอร์เพลท ทีมในลีกบ้านเกิด พร้อมขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ด้วยวัยเพียง 19 ปี เขาออกสตาร์ทให้กับต้นสังกัดในตำแหน่งรุกริมเส้น และศูนย์หน้าตัวเป้า โดยเจ้าตัวมีจุดเด่นในเรื่องทักษะการไปกับลูกฟุตบอลที่ดี มีความเร็ว และการจบสกอร์อันเฉียบคม ตามแบบฉบับนักเตะจากทวีปอเมริกาใต้ ด้วยความยอดเยี่ยมจากผลงานการลงเล่นให้กับต้นสังกัด 74 นัด ยิงไป 34 ประตู ในลีก นี้เอง ส่งผลให้ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ไม่รอช้าที่จะดึงตัวกองหน้ารายนี้มาร่วมถิ่น เอติฮัด สเตเดียม เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม อัลบาเรซ ต้องตกอยู่บนม้านั่งสำรองที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากต้องหลีกทางให้กับ หัวหอกฟอร์มฮอตที่สุดแห่งยุคอย่าง เออร์ลิง ฮาลันด์ แต่เจ้าตัวก็ยังได้รับโอกาสจากกุนซือชาวสแปนิชในการถูกส่งลงมาแทนที่ ดาวยิงชาวนอร์เวย์ เพื่อสัมผัสเกม และปรับตัวให้เคยชินกับศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ สำหรับในทีมชาติ ดาวเตะวัย 22 ปี รายนี้ ถูก ลิโอเนล สคาโลนี เรียกติดธง ตั้งแต่ปี 2021 โดยมีสถิติลงเล่นให้กับ ทัพฟ้าขาว ไปแล้วทั้งสิ้น 11 นัด ซัดไป 2 ประตู ทว่าโอกาสในการเฉิดฉายบนเวทีฟุตบอลโลกครั้งนี้ อาจเป็นเรื่องยากสำหรับเจ้าตัวสักหน่อย ด้วยความที่ ทีมชาติอาร์เจนตินา อุดมไปด้วยเหล่าผู้เล่นในตำแหน่งแนวรุกระดับท็อป ไม่ว่าจะเป็น เลาตาโร มาร์ติเนซ, ลิโอเนล เมสซี, อังเคล ดิ มาเรีย หรือแม้กระทั่ง เปาโล ดีบาลา
ผู้จัดการทีม : ลิโอเนล สคาโลนี
?? Lionel Scaloni will be the YOUNGEST coach in the World Cup – 44 years old. pic.twitter.com/B26cEUYkNP
— LM10? (@leo10_football) November 10, 2022
ในช่วงเริ่มแรก สคาโลนี เป็นเพียงกุนซือขัดตาทัพเพื่อรับไม้ต่อจาก ฮอร์เก้ ซามเปาลี ที่จากไป ไม่มีใครรู้จักชื่อเสียงเรียงนามของเขา และไม่เคยมีประสบการณ์การคุมทีมในระดับสโมสร หรือระดับชาติมาก่อนเลย ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเป็นเพียงผู้ช่วยโค้ชให้กับ สโมสรเซบียา และอาร์เจนตินา ของ ซามเปาลี เท่านั้น ทว่าหลายสิ่งหลายอย่างเริ่มเห็นเด่นชัดขึ้นเมื่อ นายใหญ่รายนี้ ได้รับโอกาสนำทีมลงแข่งขันในศึกโคปา อเมริกา 2019 ซึ่งถึงแม้ว่าทีมของพวกเขาต้องจอดป้ายอยู่ที่รอบรองชนะเลิศด้วยความปราชัยต่อ ทัพเซเลเซา 2-0 แต่นี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในรอบหลายปีสำหรับ ทัพฟ้าขาว ที่ได้สลัดภาพจำว่าของพวกเขาว่าเป็นทีมที่มีดีแค่ให้นักเตะใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการเข้าทำ หวังพึ่งแต่ ลิโอเนล เมสซี เปลี่ยนเป็นการร่วมเล่นกันเป็นทีม เป็นระบบมีแบบแผน และนักเตะทุกรายที่เขาเรียกมามีหน้าที่ที่ชัดเจน สิ่งเหล่านี้ถือเป็นจุดแข็งที่ทำให้ เฮดโค้ชวัย 44 ปีรายนี้ เริ่มเป็นที่ยอมรับจากบรรดาลูกทีม
อย่างไรก็ดี นับตั้งแต่ที่ ทัพฟ้าขาว พลาดท่าแพ้ให้กับ ทีมชาติบราซิล ในศึกโคปา อเมริกา 2019 ครั้งนั้น จนถึงตอนนี้ ทีมของสคาโลนี ครองสถิติไร้พ่ายติดต่อกัน 35 นัด ซึ่งถ้าหากพวกเขายังคงรักษาความยอดเยี่ยมนี้ไว้ได้ต่อไปอีก 3 นัด จะทำลายสถิติที่ทำไว้สูงสุดตลอดกาลของ ทีมชาติอิตาลีที่ 37 นัด ทันที ยิ่งไปกว่านั้น กุนซือโปรไฟล์น้อยรายนี้ เพิ่งแก้ตัวจากความผิดหวังได้สำเร็จด้วยการพา ทีมชาติอาร์เจนตินา เถลิงแชมป์โคปา อเมริกา ปี 2021 ด้วยการล้มเต็งหนึ่งอย่าง ทัพแซมบ้า คู่อริตลอดกาล ไปแบบหักปากกาเซียน อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องยกย่องโค้ชรายนี้เลย นั่นก็คือ การรวมเหล่าแข้งอาร์เจนไตน์ให้มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เนื่องจากเราไม่เคยได้ยินข่าวเสียๆ หายๆ ในแคมป์ทีมชาติอาร์เจนตินาเลย ตลอดระยะเวลา 4 ปี นับตั้งแต่ที่ สคาโลนี เข้ามากุมบังเหียน โดยแผนการเล่นส่วนใหญ่ของเขาจะมาในระบบ 4-4-2 และ 4-3-3 ที่มีรูปแบบการเข้าทำที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นการจ่ายทะลุช่องเพื่อทำประตู ไปจนถึงการให้ปีกพาบอลขึ้นมาแล้วเปิดตัดเข้าใน หรือครอสบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษจากบริเวณริมเส้น เหนือสิ่งอื่นใดไม่ได้เพียงแค่ เมสซี เท่านั้น นักเตะทุกรายในทัพฟ้าขาวชุดนี้ สามารถจบสกอร์ได้ทั้งสิ้น
11 ตัวจริง และแผนการเล่นที่คาดว่าจะใช้เป็นระบบ 4-3-3
อังเคล ดิ มาเรีย เลาตาโร มาร์ติเนซ ลิโอเนล เมสซี
โรดริโก้ เด ปอล อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ เลอันโดร ปาเรเดส
นิโคลัส ตายาฟิโก้ ลิซานโดร มาร์ติเนซ นิโคลัส โอตาเมนดี้ นาอูเอล โมลินา
อัตราต่อรองสำหรับการเลือก ทีมชาติอาร์เจนตินา เป็นแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 อยู่ที่ 5/1
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ