เยอร์เรียน ทิมเบอร์ ปราการหลังป้ายแดงของอาร์เซนอล เตรียมบินลัดฟ้าสู่กรุงลอนดอน หลังถูกกระชากตัวมาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยค่าตัว 45 ล้านยูโร

ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ของ ไอ้ปืนใหญ่ ถูกตั้งความหวังไว้สูงลิ่ว หลังจากที่พวกเขาพลาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในรอบเกือบ 20 ปี ไปให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การเสริมทัพเพื่อเพิ่มตัวเลือกให้กับ มิเกล อาร์เตต้า ถือเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน หากยังหวังที่จะกลับขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของลีกอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่า การขาดหายไปของ วิลเลียม ซาลิบา เซ็นเตอร์แบ็คคนสำคัญ ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อเกมรับของ เดอะ กันเนอร์ส จนทำให้ผลงานในช่วงท้ายซีซั่นย่ำแย่อย่างน่าใจหาย เพราะฉะนั้น การดึงตัว กองหลังวัย 22 ปี เข้ามาสู่ถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดียม ถือเป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด

แต่อย่างไรเสีย เหล่ากูนเนอร์ส ยังคงต้องรอลุ้นว่า สไตล์การเล่นของเขาจะเข้ามาช่วย สโมสรแห่งลอนดอนเหนือ ให้พุ่งทะยานสู่ความสำเร็จได้มากน้อยเพียงใด และเป็นที่น่าสนใจมากว่าเจ้าตัวจะถูกจับไปยืนประจำการในตำแหน่งใดสำหรับแผงแนวรับของ อาร์เซนอล

ทิมเบอร์ จะนำอะไรมาสู่ อาร์เซนอล?

คุณสมบัติอันเป็นจุดแข็งของ เยอร์เรียน ทิมเบอร์ คือ การตัด และแย่งบอลจากเท้าของคู่แข่งได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งยังเป็นกองหลังที่มีทักษะ และความสามารถเฉพาะตัวสูง เอาตัวรอดในสถานการณ์คับขันได้อย่างน่าทึ่ง กอปรกับการขึ้นไปเติมเกมรุกจนมีส่วนช่วยให้ทีมได้ประตูบ่อยครั้ง ที่สำคัญ เจ้าตัวเป็นผู้เล่นที่มีอัตราจ่ายบอลสั้นสำเร็จมากที่สุดใน เอเรอดีวีซี เมื่อฤดูกาล 2022/23

สำหรับทีมที่มีเปอร์เซ็นต์การครองบอลสูงอย่าง อาร์เซนอล อัตราการจ่ายบอลสำเร็จ 74.7 ครั้งต่อ 90 นาที ของ ทิมเบอร์ ซึ่งสูงกว่าผู้เล่นทุกคนในทีม นับว่าเป็นตัวเลือกที่จะเข้ามาแทนที่ใครก็ตามในแผงแนวรับได้อย่างสบายๆ และด้วยความมั่นใจการครอบครองบอล การเปลี่ยนจังหวะออกบอลแบบสายฟ้าแลบ จึงทำให้เชื่อว่าเขาจะกลายเป็นหัวใจสำคัญในแนวรับของ เดอะ กันเนอร์ส ได้ไม่ยากเย็น

ทิมเบอร์ มีจุดอ่อนไหม?

หากมีสิ่งใดที่ ทิมเบอร์ จำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขอย่างเร่งด่วน นั่นคือ จังหวะการดวลกับกองหน้าแบบ 1 ต่อ 1 โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้เล่นหมายเลข 9 ที่มีคุณลักษณะทางกายภาพที่กำยำ เพราะเราสามารถเห็นได้บ่อยครั้งว่า เขามักจะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่เสมอ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศูนย์หน้าตัวเป้า

ยิ่งไปกว่านั้น ลูกกลางอากาศยังเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญของ ดาวรุ่งชาวดัตช์ เมื่อต้องยืนคุมเสาในฐานะฟูลแบ็ค เนื่องจากเขาจัดระเบียบร่างกายเพื่อเตรียมการป้องกันได้ไม่ถูกต้อง แต่โชคยังดีที่ฝีเท้าของเจ้าตัวสามารถช่วยแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าวได้บ้างบางครั้ง

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่า ดาวโรจน์อนาคตไกล แทบไม่มีข้อตำหนิยามที่เขาได้ครอบครองบอลเลย แต่การออกบอลยาว หรือโยนบอลขึ้นไปข้างหน้าในแบบที่ มิเกล อาร์เตต้า ชื่นชอบ เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หาไม่ได้จาก ทิมเบอร์

การเข้ามาเป็นแบ็คอัพให้กับ ซาลิบา ถือเป็นสิ่งสำคัญ

ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการที่ วิลเลียม ซาลิบา ได้รับบาดเจ็บบริเวณหลัง เมื่อเดือนมีนาคม จนทำให้ อาร์เซนอล พลาดคว้าแชมป์ไปอย่างน่าเสียดาย เพราะหลังจากที่เขาไม่ได้กลับมาลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่เลย เดอะ กันเนอร์ส เก็บคะแนนที่สมควรจะได้เพียง 9 แต้มเท่านั้น จากทั้งหมด 18 แต้ม

ที่สำคัญ เห็นได้ชัดว่า การเข้ามาของ ทิมเบอร์ คือ การทดแทนบทบาทที่อาจขาดหายไปอีกครั้งของ ซาลิบา เพราะ ร็อบ โฮลดิ้ง ที่เข้ามารับไม้ต่อเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่า เขาไม่สามารถเติมเต็มสิ่งที่ ดาวเตะชาวฝรั่งเศส สร้างไว้ได้เลย

เหนือสิ่งอื่นใด เซ็นเตอร์แบ็คทีมชาติเนเธอร์แลนด์ มีสไตล์การเล่นที่คล้ายคลึงกับ ปราการหลังทัพตราไก่ ในแง่ของการเริ่มต้นโจมตีคู่แข่ง เพราะ ซาลิบา มีการสัมผัสบอลเฉลี่ยที่สูงกว่า กาเบรียล มากัลเญส หากเทียบกันตลอดการแข่งขัน 90 นาที

เบน ไวท์ ควรกังวลถึงการมาของ ทิมเบอร์ ไหม?

ไม่เพียงแต่ตำแหน่งกองหลังตัวกลางเท่านั้น แต่ ทิมเบอร์ ยังสามารถถ่างออกไปเล่นทางกว้างเป็นแบ็คขวาได้ เฉกเช่นเดียวกับ ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ และ เบน ไวท์

พูดได้ไม่เต็มปากว่า ทิมเบอร์ ไม่คุ้นเคยกับตำแหน่งแบ็คขวา เนื่องจากตลอดการค้าแข้งให้กับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ ชุดใหญ่ เขาได้รับหน้าที่ลงประจำการในตำแหน่งดังกล่าวมาแล้วถึง 14 ครั้ง ถึงแม้ว่าจะทำผลงานได้ไม่ดีเท่ากับ เซ็นเตอร์แบ็ค ก็ตาม

ถึงกระนั้น หากพูดถึงในทางเทคนิค ต้องยอมรับว่า โทมิยาสุ และ ไวท์ ควรกังวลเกี่ยวกับการถูกแย่งชิงตำแหน่ง 11 ผู้เล่นตัวจริง เพราะพวกเขายังเป็นรอง ทิมเบอร์ อยู่พอสมควร เมื่อเทียบกับความสามารถที่ได้กล่าวมาข้างต้น และแน่นอนว่า มิเกล อาร์เตต้า จำเป็นต้องทดลองใช้เจ้าตัวในหลากหลายรูปแบบอย่างแน่นอน

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ