ธิติกร อาจวาริน เลขานุการสโมสรฯ ชลบุรี เอฟซี ไม่เห็นด้วยกับกฎใหม่ที่ให้โควต้านักเตะต่างชาติใหม่ในฟุตบอลถ้วย รีโว่ ลีก คัพ ยึดกฎของทีมที่อยู่ในลีกต่ำกว่า เพราะเป็นทำให้สับสัน

ก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์ดราม่าในเกมที่ กระบี่ เอฟซี สโมสรในศึก M-150 แชมเปี้ยนชิพ ลงแข่งขันฟุตบอลถ้วยรีโว่ ลีก คัพ 2022/23 รอบเพลย์ออฟ ที่บุกชนะ สมุทรสงคราม เอฟซี 3-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2565 แต่พวกเขามีสิทธิ์ถูกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ปรับตกรอบ เนื่องจากส่งนักเตะต่างชาติลงสนามเกินโควตา

อินทรีอันดามัน ส่ง วิคเตอร์ โอลิเวียรา, ซวน ลัม มัง (เมียนมา/อาเซียน) และ ฌ็อง โมเซ สามนักเตะต่างชาติลงสนามเป็นตัวจริง โดยระหว่างเกมทำการเปลี่ยนตัวผู้เล่นในนาทีที่ 63 ส่ง บาดาร์ อาลี ลงแทน สุรินทร์ ราโอบ และ ชิโกซี เอ็มบา ลงแทน ซวน ลัม มัง ทำให้ตั้งแต่นาทีที่ 64 เป็นต้นไป กระบี่ เอฟซี มีผู้เล่นต่างชาติอยู่ในสนามถึง 4 รายด้วยกัน

จากกรณีดังกล่าวทำให้ กระบี่ เอฟซี เข้าข่ายทำผิดกฎเรื่อง “มีแข้งต่างชาติในสนามเกินกำหนด” ตามข้อ 7.7.2 ที่ระบุในวรรคสอง ความว่า (2) “คู่แข่งขันที่ไม่ได้แข่งขันในลีกเดียวกัน ให้ใช้โควตานักกีฬาฟุตบอลต่างชาติในวันแข่งขัน ตามจำนวนนักกีฬาฟุตบอลต่างชาติในลีกที่ขึ้นทะเบียนได้น้อยกว่า”

ขณะที่ ธิติกร อาจวาริน เลขานุการสโมสรฯ ชลบุรี เอฟซี ได้เผยความเห็นส่วนตัวตาอประเด็นนี้ว่า “โควต้าผู้เล่นต่างชาติของฟุตบอลถ้วยในประเทศไทย ได้แก่ ฟุตบอลช้างเอฟเอ คัพ และ ฟุตบอลรีโว่ ลีกคัพ แต่เดิมนั้นได้อ้างอิงตามกฎของทัวร์นาเมนต์เอเอฟซี โดยสามารถขึ้นทะเบียนผู้เล่นต่างชาติ และใส่ชื่อ 20 คน ในวันแข่งขันได้ 3+1 (ต่างชาติ 3 + เอเชีย 1) ซึ่งกฎนี้ได้นำมาใช้เรื่อยมาถึงฤดูกาล 2021-22”

“จนกระทั่งก่อนฤดูกาล 2022-23 ได้มีการประชุมสโมสรไทยลีก เป็นวาระในที่ประชุม ที่ต่อเนื่องจากเรื่องโควต้าผู้เล่นต่างชาติในฟุตบอลไทยลีก ผมเป็นตัวแทนสโมสรชลบุรี เข้าร่วมการประชุม ได้เสนอให้ทางไทยลีก เพิ่มโควต้าขึ้นทะเบียนจากเดิม 3+1 เป็นขึ้นทะเบียนได้ตามจำนวนของลีกที่ทีมๆ นั้นเล่นอยู่ คือ”

▪️T1 ขึ้นทะเบียนผู้เล่นต่างชาติได้ 5+1+3
▪️T2 ขึ้นทะเบียนผู้เล่นต่างชาติได้ 3+1+1
▪️T3 ขึ้นทะเบียนผู้เล่นต่างชาติได้ 3

“แต่ทุกทีมจะต้องตัดตัวผู้เล่นต่างชาติให้เหลือ 3+1 เพื่อส่งรายชื่อ 20 คน ในวันแข่งขันเหมือนเดิม”

“เพราะเมื่อก่อนนั้น ปัญหาที่ทุกทีมพบเจอ คือ ทีมมีผู้เล่นต่างชาติ มากกว่าโควต้าขึ้นทะเบียน 3+1 ทำให้ต้องเลือกผู้เล่นต่างชาติเพื่อขึ้นทะเบียนตลอดการแข่งขัน (โค้ชต้องคอยเคลียร์ใจผู้เล่นต่างชาติ เพราะบางคนต้องแบ่งกันเล่นคนละถ้วย) ทั้งๆ ที่นโยบายไทยลีก ให้ขึ้นทะเบียนผู้เล่นอาเซียนได้แบบไม่จำกัด แต่ฟุตบอลถ้วยกลับต้องตัดต่างชาติเหลือ 3+1 ซึ่งมันดูแล้วย้อนแย้งกัน สุดท้ายที่ประชุมเห็นด้วย และเปลี่ยนกฎขึ้นทะเบียน ตามที่ชลบุรีเสนอ”

“แต่มีทีมหนึ่งได้เสนอไอเดียใหม่ ให้ฝ่ายจัดการแข่งขันใช้โควต้าลงสนามของผู้เล่นต่างชาติ โดยยึดถือจากทีมที่อยู่ในลีกต่ำกว่า ของคู่แข่งขันที่เจอกัน เช่น ถ้า T1 เจอ T3 ให้ส่งชื่อผู้เล่นต่างชาติในวันแข่งขันได้ 3 คน โดยถือตามกฎของ T3 หรือ ถ้า T1 เจอกันเอง ก็สามารถใส่ได้แบบเต็มสตรีมตามกฎ T1 คือ 3+1+3 รวมเล่นได้ 7 คน”

“ทางชลบุรีได้ทักท้วง โดยให้เหตุผลว่า ฟุตบอลรายการเดียวกัน ควรใช้กฎผู้เล่นต่างชาติทุกคู่เหมือนกัน เพื่อป้องกันการสับสน และเข้าใจผิด รวมไปถึงระบบการจัดการแข่งขัน ระบบฐานข้อมูลของไทยลีก ซี่งจะส่งผลเสียตามมาภายหลังได้ ซึ่งสุดท้ายแล้วไทยลีกตัดสินใจเลือกใช้โควต้าการลงสนาม ตามไอเดียแบบใหม่”

“เริ่มต้นได้ไม่ทันไร ฟุตบอลรีโว่คัพ รอบเพลย์ออฟ คู่ระหว่าง สมุทรสงคราม (T3) v กระบี่ (T2) ก็ได้เกิดเหตุการณ์เป็น Case Study ขึ้น โดยทีมเยือนเป็นทีมในระดับไทยลีก 2 ซึ่งโควต้าขึ้นทะเบียนและลงเล่นของต่างชาติคือ 3+1+1 แต่กฎใหม่ของฟุตบอลถ้วย ทำให้คู่นี้ต้องลงแข่งขันด้วยโควต้าผู้เล่นต่างชาติของทีมที่อยู่ในลีกต่ำกว่า คือมีต่างชาติได้ 3 คน (ชาติใดก็ได้)”

“เมื่อตรวจสอบ Match Report ของการแข่งขันคู่นี้ พบว่า ทีมเยือนส่งรายชื่อผู้เล่นต่างชาติใน Start list ถึง 5 คน โดยลงเล่นตัวจริง 3 คน และเป็นตัวสำรอง 2 คน คือ เคสนี้ผิดตั้งแต่ส่งรายชื่อ 20 คนแล้ว ไม่ใช่ผิดเพราะเปลี่ยนต่างชาติคนที่ 4 ลงไป ซึ่งก็เป็นที่ถกเถียงกันในโซเชียลว่า สุดท้ายแล้วเป็นความผิดของใคร ซึ่งเป็นกรณีศึกษาที่ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะฟุตบอลของชาติที่พัฒนาแล้วนั้น ควรแพ้ชนะกันในสนามมากกว่าการต้องมาประท้วงกัน นั่นเอง”

ทั้งนี้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ยังไม่ได้มีความคืบหน้าสำหรับเคสของ กระบี่ เอฟซี แต่อย่างใด

ข่าวฟุตบอลไทยอื่น ๆ